สกศ. เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ภาคเหนือ

image

 

          วันนี้ (๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐) หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ  เรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ กับการขับเคลื่อนไทยแลนด์ ๔.๐ ภาคเหนือ โดยมี นายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  กล่าวต้อนรับ ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวรายงาน ณ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ทแอนด์สปา  จังหวัดเชียงราย  มีผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นักวิชาการ เครือข่ายประชารัฐด้านการศึกษา และสื่อมวลชน ฯลฯ เข้าร่วมประชุมกว่า ๕๐๐ คน


         หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า  การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นแก่เด็กเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับทุกเรื่องให้ดีขึ้น เช่น ควรน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ โดยเน้นปลูกฝังในเรื่อง  ปรัชญาพอเพียง  กตัญญู  ซื่อสัตย์สุจริต   ความรับผิดชอบ  และคุณธรรมจริยธรรม  หากมีคุณธรรมเหล่านี้จะทำให้มาตรฐานการศึกษาดีขึ้น  นอกจากนี้ควรมีต้นแบบที่ดีให้เด็กเยาวชน เด็กจะได้มีเข็มทิศในการดำเนินชีวิต  ปัจจุบันเป็นโลกดิจิตอล ต้องสอนให้เด็กรู้เท่าทันสื่อ ใช้อย่างเหมาะสม ใช้ดิจิตอลเสริมสร้างจุดแข็ง ลดอุปสรรคจุดอ่อน   ขณะนี้พบว่าเด็กเยาวชนอ่านหนังสือมากขึ้น แต่การอ่านนั้น  กลับเป็นการอ่านในสังคมออนไลน์ และเรื่องที่อ่านเป็นเรื่องบันเทิงเป็นส่วนใหญ่  การรับข้อมูลมีมากแต่ยังขาดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล  ส่งผลให้เด็กติดเกม ถูกล่อลวง เกิดอาชญกรรมมากขึ้น  ครูอาจารย์ต้องสอนให้เด็กมีความคิดวิเคราะห์ เท่าทันเทคโนโลยี มีภูมิคุ้มกัน  รวมถึงไม่นำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด  นอกจากนี้ เมื่อนำถ้อยคำหรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ ต้องให้เกียรติอ้างอิงถึงแหล่งที่มาด้วย   อีกทั้งควรส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน  เช่น ส่งเสริมให้เด็กไปพิพิธภัณฑ์ ส่งเสริมเรื่องเอกลักษณ์ไทย และควรนำเทคโนโลยีมาใช้จัดทำฐานข้อมูลบุคลากร ทั้งนักเรียนและครูให้เป็นปัจจุบันและทำระบบให้มีความปลอดภัยสูง

 


          หลังจากนั้น ดร. กมล  รอดคล้าย ได้นำทีมวิทยากรเสวนาเรื่อง “การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ สู่การปฏิบัติ”  โดยมี รศ. ดร. บัณฑิต ทิพากร  รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  รศ. ดร. นำยุทธ  สงค์ธนาพิทักษ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาร่วมเป็นวิทยากร ดำเนินรายการ โดย ดร. ชัยยศ  อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา

 

ดร. กมล รอดคล้าย  เลขาธิการสภาการศึกษา  กล่าวว่า  ประเทศไทยใช้งบประมาณด้านการศึกษามากแต่ผลที่ได้ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง  แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ จึงมุ่งหวังปฏิรูปการศึกษาให้เด็กไทยมีทักษะ 3Rx8C ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ 


        ลดความเหลื่อมของโรงเรียนในเมืองและชนบท ผลิตคนตรงความต้องการของประเทศในอนาคตความพิเศษของแผนฉบับนี้ คือ ไม่ได้เน้นเฉพาะวัยเรียนแต่เป็นแผนตลอดช่วงชีวิต สำหรับคนทุกวัย  ทั้ง เป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนรวมของทุกภาคส่วน รวมถึงกระทรวงต่างๆ มาร่วมจัดทำแผนและมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตน   ในยี่สิบปีข้างหน้า ไทยมุ่งหวังจะก้าวพ้นประเทศรายได้ปานกลาง ไทยจึงต้องเปลี่ยนฐานการผลิตของประเทศใหม่


          โดยใช้นวัตกรรมมาช่วย และผลิตพัฒนาคนให้รองรับอุตสาหกรรมที่มุ่งหวัง คือ s -curve ,new s-curve ทั้งยังได้ตั้งเป้าว่าทำอย่างไรในอนาคต ไทยจะมีอันดับ IMD ดีขึ้น  มีสถาบันอุดมศึกษาที่อยูใน ๒๐๐ อันดับแรกของโลกมากขึ้น มีโรงเรียนที่จัดการศึกษา STEM ศึกษา ร้อยละ ๙๕ เป็นต้น  สำหรับแนวทางการดำเนินการ แผนฯ ฉบับนี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ คือ  ๑. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่งคงของสังคมและประเทศ ๒. การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ๓. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ๔. การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา ๕. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ๖. การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ซึ่งปัจจัยและเงื่อนไขที่จะทำให้แผนฯ ฉบับนี้สำเร็จ ต้องอาศัยการสร้างความรู้ความเข้าใจและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  การสร้างความเข้าใจในเป้าหมายและยุทธศาสตร์การดำเนินงานของแผนฯ ให้กับผู้ปฏิบัติ  การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดการศึกษา จากรัฐเป็นผู้จัดมาเป็นจัดการศึกษา

 

โดยทุกภาคส่วน   ต้องมีการสร้างระบบที่เชื่อมโยงบูรณาการสารสนเทศ  การประกันคุณภาพภายในและภายนอก  และที่สำคัญแผนการศึกษาเเห่งชาติเป็นแผนงบประมาณจัดการศึกษาของรัฐ  รัฐจะให้งบประมาณมากน้อยตามสาขาที่เป็นที่ต้องการของประเทศ


            รศ. ดร.บัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  กล่าวโดยสรุปว่า  การศึกษาไทยจะประสบความสำเร็จตามแผนการศึกษาแห่งชาติ  ต้องปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ การศึกษาถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่ปรับ ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าแต่ละช่วงเมื่อเด็กจบการศึกษาต้องทำอะไรได้บ้าง  เช่น จบ ป. ๔ ทำต้องทำอะไรได้บ้าง  จบ ป.๖ ทำอะไรได้บ้าง ผลลัพธ์การเรียนรู้แต่ละช่วงคืออะไร เป็นต้น การจะทำให้คนไทยมีคุณลักษณะ 3 R X 8 C จะสร้างให้เกิดขึ้นได้อย่างไร  การศึกษาต้องทำให้เด็กรู้ว่าเขาเป็นใครและต้องการอะไร   ดังนั้น ต้องมีการหารือกันว่าควรมีมาตรฐานอย่างไร  สพฐ. แต่ละช่วงชั้นควรเป็นอย่างไร แต่ละจังหวัดต้องมาร่วมกำหนดว่าต้องการคนแบบไหนและจะมีส่วนมาช่วยพัฒนาอย่างไร การศึกษาต้องไม่แยกตนเองกับหน่วยงานอื่น  ต้องอยู่กับชุมชน แยกกันไม่ขาด ดังนั้น ในช่วง ๕ ปีแรก ควรช่วยกันกำหนดมาตรฐานแก่นร่วมหรือ common core ให้แล้วเสร็จก่อน          

         นอกจากนี้ การสอน STEM ศึกษา เป็นวิธีการสอนที่ต้องใช้กับการเรียนในวิชาหรือสายอื่นด้วย  ให้เชื่อตามข้อเท็จจริงมากกว่าความเชื่อ  คนไทย ๔.๐ เป็นคนไทยที่จะรองรับศตวรรษที่ ๒๑ จึงต้องสร้างคนแบบใหม่  ไม่เหมือนในอดีต   ดังนั้น การสร้างจะคนแบบใหม่ก็ต้องใช้ระบบใหม่ ไม่ใช่เหมือนเดิม 


        ด้านรศ. ดร. นำยุทธ  สงค์ธนาพิทักษ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กล่าวโดยสรุปว่า  การจัดการศึกษาที่จะทำให้บัณฑิตเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ  จบออกมาแล้วทำงานได้จริง  วิธีการที่ใช้ คือการร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริง ไม่ได้เน้นให้เรียนอย่างเดียวแต่เน้นการปฏิบัติด้วย  การสร้างความร่วมมือแบบ PPP (Public Private  Partnership) หรือความร่วมมือภาครัฐ กับภาคเอกชนเป็นเคล็ดลับในการสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติ ความร่วมมือเช่นนี้  นักศึกษาได้มีโอกาสในการทำงานจริงและมีโอกาสมีงานทำ มีรายได้  ผู้ประกอบการก็ได้แรงงานที่ตรงตามความต้องการ เมื่อนักศึกษาจบและรับเข้าทำงานก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนอีก   ทั้งนี้หัวใจสำคัญในการจัดการศึกษาคือผู้บริหารต้องเห็นความสำคัญ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยก็มีความร่วมมือกับอาชีวศึกษาบางแห่งและโรงเรียนมัธยมศึกษาด้วย  

 
 
 


          ในช่วงบ่ายที่ประชุมได้ร่วมระดมความคิดเกี่ยวกับแนวทางขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ สู่การปฏิบัติ ตามระดับ/ประเด็น โดยแบ่งเป็น ๔ ห้องย่อย หัองย่อยที่ ๑ ปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ดำเนินรายการ :  นายนพรัตน์  อู่ทอง  ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย  หัองย่อยที่ ๒ อาชีวศึกษาและการศึกษา/การฝึกอบรมสำหรับวัยแรงงาน  ผู้ดำเนินรายการ : นายเทพชัย  ร่มโพธิ์ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเชียงราย หัองย่อยที่ ๓ อุดมศึกษาและการพัฒนานวัตกรรมผู้ดำเนินรายการ : ผศ.อุดม  สุธาคำ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงรายหัองย่อยที่ ๔ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา และผู้สูงวัยผู้ดำเนินรายการ : ดร.วิเลขา ลีสุวรรณ์ปัญญา และผู้สูงวัยผู้ดำเนินรายการ : ดร.วิเลขา ลีสุวรรณ์ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดเชียงราย

          ดร.ชัยยศ  อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวปิดการประชุมว่า หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็น และประเด็นปัญหาต่าง ๆ  มีแต่ความท้าทายในการขับเคลื่อน แต่สุดท้ายปลายทางนั้น จุดเปลี่ยนจะอยู่ที่แต่ละจังหวัดจะต้องเป็นผู้ทำความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่ผู้ปฏิบัติ ทั้งครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่จะมีตัวอย่างที่ดี มีบุคลากรที่มีความชำนาญงานวิธีการคิดวิธีการทำงาน การดึงแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เพื่อให้นำความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดในการเรียนรู้

 
 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด