สกศ. หนุนผู้มีความสามารถพิเศษด้านการกีฬา เทียบ ประสบการณ์-ผลแข่งขันกีฬา ตามระดับ NQF ปิดช่องว่างการศึกษาไร้รอยต่อ

image

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569  ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการเทียบประสบการณ์และผลการแข่งขันเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตามระดับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา โดยมี ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สกศ. พร้อมด้วย ผู้บริหาร ครู อาจารย์ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัด ศธ. และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

ดร. นิติ เผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษด้านการกีฬาว่า สกศ. ดำเนินภารกิจด้านนโยบายการศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสร้างการศึกษาไร้รอยต่อให้สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลก รวมไปถึงกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษด้านการกีฬาโดยใช้กระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะประสบการณ์จากการฝึกซ้อมและการแข่งขันนั้นตรงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ในระดับใดตามมาตรฐาน NQF เพื่อสร้างโอกาสให้นักกีฬามุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับชาติและสากลได้เต็มที่ พร้อมกับเทียบเคียงและสะสมหน่วยกิตในระบบ Credit Bank สู่การได้รับคุณวุฒิการศึกษา ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังช่วยสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ทำประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติอีกด้วย

สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับ (ร่าง) คู่มือการเทียบประสบการณ์และผลการแข่งขันเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์ ดร.อาพันธ์ชนิต เจนจิต และดร.ปิยาภรณ์ พิชญาภิรัตน์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมนำเสนอการดำเนินงานและผลวิเคราะห์การเทียบประสบการณ์และผลการแข่งขันเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตฯ ที่ต้องการสร้างองค์ความรู้และโมเดลต้นแบบในการแปลงประสบการณ์กีฬาเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตาม NQF เพื่อนำไปสู่แนวนโยบายและการปฏิบัติในการเทียบโอนและสะสมหน่วยกิตในระบบ Credit Bank  สำหรับการดำเนินการได้กำหนดกีฬาเป้าหมาย (แบดมินตัน, วอลเลย์บอล และ มวยไทย) ซึ่งเป็นประเภทกีฬาในรายการเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและสากล โดยเก็บข้อมูลเกณฑ์การคัดเลือก/ประเมิน โปรแกรมการแข่งขันของนักกีฬา เพื่อนำประสบการณ์และสมรรถนะของนักกีฬา องค์ประกอบของสมรรถนะจากการฝึกซ้อม (ทักษะทางกีฬา / สมรรถนะทางกาย / ทักษะด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง) และระดับการแข่งขัน (ระดับชาติ / ซีเกมส์ / อาเซียน / เอเชีย /ระดับโลก) มาใช้วิเคราะห์เทียบเคียงผลการเรียนรู้เก็บสะสมในระบบ Credit Bank ผ่าน 3 รูปแบบการเทียบประสบการณ์ ดังนี้ 1) การวิเคราะห์โครงสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์จากโปรแกรมฝึกซ้อมและผลการแข่งขันเพื่อนำมาเชื่อมโยงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษา 2) การประเมินผลเชิงประจักษ์ โดยใช้แฟ้มสะสมผลงานเป็นเครื่องมือประเมิน และ 3) การบันทึกและสะสม โดยบันทึกสมรรถนะเข้าสู่ระบบทะเบียนกลางระดับชาติเพื่อสะสมและรองรับคุณวุฒิการศึกษา

ดังนั้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลจึงนำไปสู่ 10 ข้อเสนอเชิงนโยบายตามกระบวนการในการสร้างระบบการ รับรองประสบการณ์ OECD (2023) ดังนี้

1) การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

2) การคัดเลือกทักษะที่สอดคล้องกับอาชีพ เน้นทักษะเฉพาะทางตามมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาด้านการกีฬา

3) ใช้เกณฑ์มาตรฐานสากลและระดับชาติ

4) ครอบคลุมกีฬาทุกประเภท หรือที่สมาคมกีฬาให้การรองรับ

5) กําหนดมาตรฐานการรับรองที่ชัดเจนพร้อมรองรับระบบธนาคารหน่วยกิต

6) ช่องทางการประเมินมีระบบช่องทางการประเมิน 2 รูปแบบ คือ ช่องทางที่ 1 เทียบโอนจาก ประสบการณ์ตรง (RPL) เข้าสู่หน่วยกิต และช่องทางที่ 2  เปลี่ยนแปลงสถานะกีฬาผ่านใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพโดยพิจารณาจากแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)

7) การคัดเลือกผู้ประเมินมุ่งเน้นเป็นองค์กรหรือมีความเชี่ยวชาญ

8) กําหนดเพดานการเทียบโอนหน่วยกิตในทุกระดับการศึกษา

9) สร้างระบบประกันคุณภาพแยกส่วน โดยแยกบทบาทระหว่างผู้ประเมินและผู้ตรวจกํากับติดตามเพื่อความเป็นกลาง

10) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการรับรู้ รายวิชาทีเทียบโอนได้ และรายชื่อสถาบันที่รองรับระบบธนาคารหน่วยกิต

อย่างไรก็ตามการเทียบประสบการณ์และสมรรถนะทางการกีฬานับเป็นประเด็นที่ท้าทาย โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์โปรแกรมการฝึกซ้อมและแข่งขันของนักกีฬานั้นสะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านใด พร้อมจำแนกการเรียนรู้ตั้งแต่นักกีฬาเกิดทักษะใดบ้าง รวมไปถึงสมรรถนะที่ได้จากการฝึกซ้อมและต้องใช้ในการแข่งขัน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในขณะเดียวกันด้านการประเมินควรจัดหาผู้ประเมินที่มีความรู้ / ความเชี่ยวชาญ รูปแบบการพิจารณาการรับรอง / การฝึกอบรม ให้สอดคล้องกับเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้และครอบคลุมไปถึงการปฏิบัติ ผลจากการสะท้อนความคิดเห็นในครั้งนี้ สกศ. จะนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาแนวทางการเทียบประสบการณ์และผลการแข่งขันเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬาได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ไปพร้อมกับการได้รับคุณวุฒิการศึกษาที่สอดคล้องกับสมรรถนะที่แท้จริงต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด