สกศ. ผนึกกำลัง อว. เปิดเวที Credit Bank Forum #11 ยกระดับ ‘คลังหน่วยกิต’ เชื่อมเส้นทางศึกษาขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษา
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุม 11th Credit Bank Forum: Credit Bank: เชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษา สร้างโอกาสแห่งอนาคต โดยมี ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดร.ธิดารัตน์ โกมลวานิช ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายกำลังคนตามความต้องการของประเทศ สอวช. ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วย ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ดร.ชรินรัตน์ พุ่มเกษม ผู้อำนวยการกลุ่มธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ สกช.สกศ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี สกศ. ควบคู่การถ่ายทอดสดทาง Facebook Live : Thailand NQF โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมกว่า 3,000 คน

ดร.นิติ เผยถึงความสำคัญในการประชุม Credit Bank Forum ครั้งที่ 11 ว่า ในการเชื่อมโยงระบบ Credit Bank กับเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway) ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษา นับเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลลัพธ์การเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ โดยการจัดสรรรายวิชาในลักษณะของชุดการเรียนรู้หรือลักษณะโมดูล (Module) อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ตรง ทักษะ และสมรรถะที่เหมาะสม สามารถสะสม และเทียบโอนหน่วยกิตได้ในทันที ซึ่งตอบโจทย์รูปแบบการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในปัจจุบัน


สำหรับการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ และ ดร.ธิดารัตน์ นำเสนอแนวทาง และการสนับสนุนการเชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้จากการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษา ซึ่งเป็นระบบที่ตอบสนองต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงของโลกทุกมิติ ทั้งโครงสร้างประชากร เทคโนโลยีดิจิทัล และความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา เป็นต้น ในการดำเนินงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ใช้เป็นกลไกเชิงสถาปัตยกรรมและโครงสร้างดิจิทัลที่รวบรวม รับรอง เชื่อมโยง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางการศึกษาของตนเองได้ (Personalized Pathways) ในการเชื่อมโยงจากระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาไปสู่ระดับอุดมศึกษา สนับสนุนการรับรองสมรรถนะล่วงหน้า (Credit Recognition) เพื่อลดความซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านรูปแบบการเชื่อมต่อ (Learning Pathways) ต่างๆ เช่น Basic Education to University, Pre-degree / Early Credit, Module to Credit, Non-degree to Degree และ School-University Partnership โดยอุดมศึกษาต้องเป็นผู้ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ร่วมกับสถานศึกษาตั้งแต่การคัดเลือกรายวิชาที่เหมาะสม การออกแบบรายวิชาและเกณฑ์การประเมิน การรับรองหลักสูตร ไปจนถึงรูปแบบการจัดการเรียนรู้และการเก็บสะสมผลการเรียนรู้เพื่อเทียบโอนเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย

ด้านแนวทางและทิศทางเกี่ยวกับธนาคารหน่วยกิตของ อว. มีการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบคลังหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank System) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบคลังหน่วยกิตของหน่วยงานต่างๆ และเป็นคลังจัดเก็บหน่วยกิตรายวิชาของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ในการขอขึ้นทะเบียนต้องผ่านความเห็นชอบของสภาสถาบันอุดมศึกษา พร้อมผ่านการพิจารณาและตรวจสอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) เพื่อประกาศรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนต่อสาธารณะ ซึ่งขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษายื่นคำขอขึ้นทะเบียนแล้ว 121 แห่ง นอกจากนี้ที่ประชุมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนากลุ่มวิชาศึกษาทั่วไป (GE) ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะฐานรากแห่งอนาคต พร้อมทั้งเร่งพัฒนาโครงสร้างดิจิทัลส่วนกลาง (Digital Credit Record / e-Portfolio) ที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน Blockchain อีกทั้งควรสร้างความจูงใจเพื่อให้เกิดการผสานควานร่วมมือของสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนแบบเบ็ดเสร็จ


การประชุมครั้งนี้จะช่วยให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิต นำไปสู่การผสานความร่วมมือและออกแบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้จากการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทุนมนุษย์เทียบเท่าสากล สำหรับการประชุมครั้งต่อไป Credit Bank Forum ครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สามารถติดตามการประชาสัมพันธ์ได้ทางเพจ Facebook : Thailand NQF

