สกศ. x หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2548
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือ เรื่อง “แนวทางการยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2548” โดยมี ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักนิติการ สป.ศธ. และโรงเรียนที่มีสามเณรเข้าศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง กล่าวว่า กฎหมายทุกฉบับย่อมมีบทบัญญัติรอง กฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งเดิมมี “กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2548” ออกมาเพื่อรองรับการดำเนินงานในขณะนั้น แต่ต่อมาได้มี “พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562” บัญญัติขึ้นเป็นกฎหมายเฉพาะที่มีเนื้อหาครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้น จึงเกิดคำถามว่ากฎกระทรวงดังกล่าวยังมีความจำเป็นต้องคงไว้หรือไม่ หาก พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมมีความครบถ้วนและสามารถรองรับการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจพิจารณายกเลิกกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น แต่หากยังมีประเด็นที่ต้องได้รับการรองรับเพิ่มเติม ก็ควรปรับปรุงหรือเติมเต็มให้สมบูรณ์ก่อนพิจารณายกเลิก


จากประเด็นดังกล่าว ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่ากฎกระทรวงฉบับดังกล่าวยังมีความจำเป็นต่อการจัดการศึกษาในปัจจุบันหรือไม่ รวมทั้งหารือถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิทางการศึกษาของสามเณรและผู้เรียน หากมีการปรับปรุงหรือยกเลิกกฎกระทรวงดังกล่าว ตลอดจนแนวทางในการพัฒนากฎหมายและระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 ดังนี้
1) แนวทางการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้แก่สถานศึกษาพระปริยัติธรรม โดยพิจารณาความเหมาะสมของหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางที่ใช้ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
2) รูปแบบความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากับสถานศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อส่งเสริมการสนับสนุนทางวิชาการ การนิเทศ ติดตาม และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ
3) สิทธิ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ และการเลื่อนวิทยฐานะของครูพระปริยัติธรรม ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลว่า ครูวิชาสามัญส่วนใหญ่มีสถานะเป็นพนักงานหรือครูอัตราจ้าง จึงไม่อยู่ในระบบตำแหน่งและวิทยฐานะเช่นเดียวกับข้าราชการครู ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการเลื่อนวิทยฐานะได้
4) สิทธิและสวัสดิการทางสังคมของพระภิกษุ สามเณร และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อให้ได้รับการดูแลและเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็นอย่างทั่วถึง
5) การเข้าถึงสิทธิประโยชน์และกองทุนทางการศึกษาของสามเณร เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและลดข้อจำกัดในการเรียนรู้
6) การประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของการศึกษาคณะสงฆ์ โดยอาศัยความร่วมมือจากศึกษานิเทศก์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริม สนับสนุน และติดตามคุณภาพการจัดการศึกษา


ที่ประชุมเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ด้วยการออกกฎกระทรวงเพื่อยกเลิกฉบับเดิม แต่มีข้อสังเกตว่า การยกเลิกกฎกระทรวงอาจส่งผลการดำเนินงานในบางประการ จึงควรพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ กลไก หรือเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลที่จำเป็นให้ครอบคลุมและรัดกุม โดยข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถาบันพระพุทธศาสนามีความชัดเจน สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และคงไว้ซึ่งโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนอย่างเหมาะสมต่อไป

