ไทยพร้อมเดินหน้าพัฒนากำลังคนภายใต้กรอบ AQRF เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้ความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน และสหภาพยุโรป
การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 16 (The 16th AQRF Meeting) ระหว่างวันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี Mr. Panya Chanthavong อธิบดีกรมประกันคุณภาพการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ซึ่งเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF) Committee) ทั้งนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษาได้มอบหมายให้ ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม ผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) พร้อมด้วยบุคลกร สกศ. และ สคช. เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมไดมอนด์ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ดร. กาญจนา เสนอรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualification Framework) ใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1) ส่งเสริมให้มีการระบุระดับ NQF และ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการยอมรับคุณวุฒิในระดับภูมิภาค 2) พัฒนา NQF Dashboard เพื่อใช้ในการรับรองและขึ้นทะเบียนหลักสูตรที่สอดคล้องตามระดับ NQF 3) หน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นำหลักสูตรระยะสั้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียนและกำลังคนในรูปแบบ Micro-credentials ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพระดับชาติและระดับสากล พร้อมทั้งขยายผลไปยังหน่วยฝึกอบรมอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4) การรับรองสมรรถนะบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ โดยนำร่องกลุ่มเยาวชนที่เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ และนักกีฬาเยาวชน/นักกีฬาอาชีพ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบ Recognition of Prior Learning (RPL) สำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในระบบ และ 5) การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank: NCB)

นางสาวจุลลดา นำเสนอแนวทางการพัฒนาการระบุระดับ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนตามเกณฑ์ที่ 11 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน โดยแนวทางดังกล่าวต้องคำนึงถึง 1) ความสอดคล้องและความโปร่งใสในการแสดงระดับของ AQRF เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของคุณวุฒิระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และ 2) ความยืดหยุ่นเพื่อรองรับความหลากหลายของระบบคุณวุฒิของแต่ละประเทศสมาชิก ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในการระบุระดับ AQRF ควรมีลำดับขั้นตอน
การดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายการขับเคลื่อนงานในประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ (1) การรับรองคุณวุฒิทางดิจิทัล (Digital Recognition of Qualification) (2) การส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพการศึกษา (Promoting Quality Assurance Principles) (3) การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนกับภูมิภาค/ประเทศที่สาม (Third-Party Comparison) รวมถึงมีการนำเสนอการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนากำลังคนโดย Technical Education and Skills Development Authority (TESDA) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้พัฒนาระบบ K-GALING ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างหลักสูตรออนไลน์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้เป็นไปตามมาตรฐานสมรรถนะ นอกจากนี้ที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นต่อแผนการดำเนินงาน พ.ศ. 2569 – 2573 และกำหนดจัดการประชุมครั้งต่อไปที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งกำหนดให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนากำลังคนร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 16 ผู้แทนเลขาธิการ
สภาการศึกษา ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ พร้อมด้วย ผู้แทนกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเสวนาเชิงเทคนิค ภายใต้โครงการ EU-ASEAN Sustainable Connectivity Package for Higher Education (SCOPE-HE) ระหว่างวันที่ 12 - 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไดมอนด์มากาตีเรสซิเดน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสหภาพยุโรปกับอาเซียน ภายใต้การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิระดับภูมิภาค คือ AQRF และ EQF (European Qualifications Framework) ซึ่งมีสมาชิกในสหภาพยุโรป 41 ประเทศ ที่ใช้กรอบ EQF ในการพัฒนากำลังคนในภูมิภาค

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา รองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเคลื่อนย้ายนิสิต นักศึกษา และแรงงานทั้งภายในภูมิภาคอาเซียนและระหว่างภูมิภาค ประเด็นหารือประกอบด้วย 1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของแนวปฏิบัติภายหลังการเทียบเคียงคุณวุฒิระดับภูมิภาค 2) การทบทวนกรอบคุณวุฒิให้สอดคล้องกับแนวโน้มและความต้องการที่เปลี่ยนแปลง และ 3) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเทียบเคียงคุณวุฒิกับประเทศที่สาม ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอที่นำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานภายหลังการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิระหว่าง AQRF กับ EQF รวมทั้งเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

