สกศ. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เตรียมข้อมูลและท่าทีประเทศไทย ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ AQRF ครั้งที่ 16 ณ ฟิลิปปินส์
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเตรียมข้อมูลและท่าทีของประเทศไทยสำหรับการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 16 โดยมี ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม กรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ดร.กาญจนา หงส์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สคช. สอศ. สพฐ. สช. จร. และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวน์ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.
การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 16 (The 16th ASEAN Qualifications Reference Framework : AQRF) จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สกศ. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดเตรียมข้อมูลและท่าทีของประเทศไทยในประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติมที่สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการ AQRF ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 5-7 สิงหาคม 2568 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1.แนวทางการยกระดับ AQRF 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1) การรับรองคุณวุฒิด้วยดิจิทัล (Digital Recognition of Qualification) โดยมีสหพันธรัฐมาเลเซียจัดพิจารณาร่างแนวปฏิบัติการรับรองคุณวุฒิในรูปแบบดิจิทัล 2) การส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพ (Promoting Quality Assurance Principles) โดยมีสาธารณรัฐอินโดนีเซียเสนอแผนยุทธศาสตร์และแผนงานการส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพในระดับอาเซียน เพื่อยกระดับระบบการศึกษาและคุณวุฒิให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และ 3) การเทียบเคียง AQRF กับภูมิภาค/ประเทศที่สาม (Third-Party Comparison) โดยสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เสนอผลการดำเนินการเปรียบเทียบ NQF กับ AQRF จำนวน 9 กรอบ 25 ประเด็น ซึ่งประเทศไทยได้รับการรับรองการเทียบเคียงฯ กับสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว โดยผู้ทรงคุณวุฒิได้แนะนำเพิ่มเติมให้ สอศ. จัดเตรียมข้อมูลวิชาการด้านระบบคุณวุฒิด้วยดิจิทัล ส่วนในมิติประกันคุณภาพประเทศไทยควรขยายความแตกต่างของคุณวุฒิการศึกษาและคุณวุฒิมาตรฐานอาชีพเพื่อสร้างความเข้าใจให้ประเทศสมาชิก
2.บทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อน AQRF ดังนี้ 1) การจัดทำแนวปฏิบัติการเทียบเคียงระดับคุณวุฒิตามเกณฑ์ที่ 11 โดย สคช. เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมหารือกับกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์อ้างอิงการเชื่อมโยง AQRF ภายในภูมิภาค เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และเอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาค 2) ด้านการสนับสนุนประเทศสมาชิกทางเทคนิค ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 3) ร่วมร่างแผนงาน AQRFC ระยะปี 2569–2573 และร่วมหารือแนวทางการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ AQRF (AQRF Secretariat) เกี่ยวกับศูนย์กลางในการจัดตั้งและการจัดสรรทุนสนับสนุน ซึ่งประเทศไทยต้องนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในการพิจารณาต่อไป

การร่วมเตรียมข้อมูลและท่าทีของประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรายงานความก้าวหน้าต่อประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตระหนักและการประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนในประเทศไทย ที่พร้อมขับเคลื่อน NQF ให้เชื่อมโยง AQRF ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ องค์ความรู้ และพร้อมช่วยเหลือประเทศสมาชิกด้านเทคนิค อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 (The 17th ASEAN Qualifications Reference Framework : AQRF) ที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 ณ ประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนผู้เรียนและแรงงานไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

