สกศ. ผนึกกำลังภาคีขอนแก่น ดันหลักสูตรนอกระบบ เข้า NQF Dashboard นำร่อง “ขอนแก่นโมเดล” เชื่อมโยง Credit Bank ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

image

วันที่ 2 - 3 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหลักสูตรนอกระบบที่สอดคล้องตามระดับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อนำไปสะสมและเทียบโอนในระบบธนาคารหน่วยกิต โดยได้รับเกียรติจากนายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมให้การต้อนรับและมอบนโยบายการพัฒนากำลังคนในพื้นที่ พร้อมfด้วย ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศ และบุคลากรจากหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ ได้แก่ ศธจ. สพฐ. สกร. สอศ. และ สช. ร่วมจัดทำหลักสูตรนอกระบบ ณ ห้องมงกุฎเพชร 1 โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น

นายประจวบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยยึดโยงกับวิสัยทัศน์ที่ว่า มหานครน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมโยงภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองสู่ Smart City ผ่านการผลักดัน 7 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย การขนส่ง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ พลเมือง การบริหารภาครัฐ พลังงาน และความเป็นอยู่ ทั้งหมดนี้ต้องเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ

รศ.ดร.ประวิต ได้กล่าวถึง ทิศทางการพัฒนากำลังคนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย โดยมีใจความดังนี้ ปัจจุบันโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีส่งผลต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนรู้ วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพที่เปลี่ยนไป ดังนั้นทักษะเดิมอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีระบบหรือกลไกที่สนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต ระบบที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงการเรียนรู้ที่ตรงตามความต้องการแรงงาน นั่นคือ “กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ” (NQF) ที่ผ่านมา สกศ. ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรสอดคล้องตามระดับ NQF ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ  รวมถึงการพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนและรับรองหลักสูตรตาม NQF 

ที่ประชุมร่วมรับฟังผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการผ่านวิดีทัศน์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการ สอศ. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. และนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ สช. ร่วมถ่ายทอดแนวนโยบายที่มุ่งเน้นสร้างการพัฒนากำลังคน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา โดยใช้ระบบ NQF เพื่อให้หน่วยงานใต้สังกัดได้พัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษาให้เหมาะกับยุทธศาสตร์พื้นที่ของตนและสอดรับกับความต้องการสถานประกอบการ

ต่อมา ดร.นิติ  ได้บรรยายการเชื่อมโยงโลกการศึกษาและโลกการทำงานสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัดและกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) สู่การปฏิบัติ ที่มุ่งเน้นสร้างกลไกเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและวัยทำงาน สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ยกระดับหลักสูตรให้ทันสมัยกับโลกที่เปลี่ยนแปลง ตรงตามสมรรถนะที่ตลาดแรงงานต้องการ ผ่านการเทียบเคียงคุณวุฒิการศึกษาและมาตรฐานอาชีพกับ NQF 8 ระดับ ในขณะเดียวกันเพื่อนำไปสู่การรับรองและขึ้นทะเบียนสู่ระบบชาติ (NQF Dashboard) สถานศึกษาต้องดำเนินการพัฒนาหลักสูตรตาม NQF ตรวจสอบความสอดคล้องหลักสูตรด้วยกัน 15 ประเด็น สู่การขึ้นทะเบียนบน Thailand NQF Dashboard และสะสมในระบบ Credit Bank ต่อไป

สำหรับการดำเนินงานและแนวทางการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตจังหวัดขอนแก่น ถือได้ว่าเป็นโมเดลสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นการบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเป็นอย่างดี เพื่อตอบโจทย์มุ่งสู่การเป็นจังหวัดต้นแบบในการขึ้นทะเบียนบน NQF Dashboard ผศ.ดร. ศรายุทธ ทองอุทัย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แนะนำขั้นตอนการวิเคราะห์หลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายของการพัฒนากำลังคน โดยวิเคราะห์ความต้องการความต้องการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน วิเคราะห์สมรรถนะหลักสูตรนอกระบบตามระดับ NQF และมาตรฐานอาชีพ สู่การพิจารณาความสอดคล้องของหลักสูตร 15 ประเด็น เพื่อการรับรองและขึ้นทะเบียนในระบบ NQF Dashboard 

จากนั้นที่ได้ประชุมได้แบ่งกลุ่มวิเคราะห์ความเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรนอกระบบกับมาตรฐานอาชีพ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม รวมทั้งสิ้นประมาณ 82 หลักสูตร ดังนี้ 
กลุ่มที่ 1 สถานศึกษาสังกัด สอศ. (46 หลักสูตรนอกระบบอาชีวศึกษา) โดยมี ผศ.ดร. ศรายุทธ ทองอุทัย สถาบันอาชีวศึกษาภาคกลาง 5 และผู้แทนจาก สอศ. นางทิพวรรณ วงศ์วิเชียร นายวรท ศรีขาว และนายพิศาล บุญมาวาสนาส่ง เป็นวิทยากร ประกอบด้วยหลักสูตรกลุ่มช่าง กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี และอื่นๆ
กลุ่มที่ 2 สกร. ระดับอำเภอ (26 หลักสูตรระยะสั้น) โดยมีผู้แทนจาก สกร. นางรุ่งอรุณ ไสยโสภณ นายทศพล ราชเดิมเป็นวิทยากร ประกอบด้วยกลุ่มหัตถกรรม/ภูมิปัญญา และกลุ่มอาหาร 
กลุ่มที่ 3 โรงเรียนเอกชนนอกระบบ (10 หลักสูตรระยะสั้น) โดยมีผู้แทนจาก สช. นางสาวปริยา เลิศลอย นางสาวกมลทิพย์ อินแก้วเครือ เป็นวิทยากร ประกอบด้วย กลุ่มนวดไทยและสุขภาพ และอื่นๆ ซึ่งจะร่วมนำเสนอในวันถัดไป

วันสุดท้าย ที่ประชุมนำเสนอผลการวิเคราะห์ความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและระดับ NQF ทั้งหลักสูตรนอกระบบของ สอศ. สกร. และ สช. ซึ่งข้อมูลในหลักสูตรมีความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ แต่อย่างไรก็ตามผู้ออกหลักสูตรต้องพัฒนาหลักสูตรให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับระดับ NQF ผลจากการประชุมในครั้งนี้จะถูกเสนอเข้าคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ อีกทั้งนับเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้นอกระบบ ในการสร้างมาตรฐานกำลังคนที่ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มุ่งสู่การเป็นจังหวัดต้นแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด