สกศ. ชู "ธนาคารหน่วยกิตจังหวัด" ใน 1st Credit Bank Forum เสริมกลยุทธ์ ศธจ. หนุนนโยบาย Zero Dropout

image

วันที่ 23 มกราคม 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุม 1st Credit Bank Forum: แผนการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด ประจำเดือนมกราคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปัทมา วีระวานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สคช. และ กอศ. ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ และดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ร่วมประชุมแบบออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ. โดยมีผู้บริหาร ครู และบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตอบรับการเข้าร่วมประชุมผ่าน Facebook Live : Thailand NQF เป็นจำนวนมากกว่า 2,000 คน

ดร.นิติ กล่าวถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนงานธนาคารหน่วยกิต โดยมีใจความว่า ระบบธนาคารหน่วยกิตช่วยให้คนทุกช่วงวัยสามารถสะสมผลลัพธ์การเรียนรู้ ประสบการณ์ทำงาน การฝึกอบรม หรือมาตรฐานอาชีพ ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ผ่านขั้นตอนการเทียบโอนและเทียบเคียงเข้ากับรายวิชาในหลักสูตร เพื่อเพิ่มคุณวุฒิการศึกษา เป็นระบบที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยต้องผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันของเครือข่ายต้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ. สอศ. สช. และ สกร.) เพื่อให้เกิดการเทียบโอนที่ไร้รอยต่อ ในขณะเดียวกัน อปท. ที่มีสถานศึกษาในสังกัดทั้งสายสามัญและสายอาชีพ จำเป็นต้องหาจุดร่วมในการสร้างความสอดคล้องกับหน่วยงานต้นสังกัดในเชิงปฏิบัติเพื่อจัดทำประกาศหรือระเบียบระดับจังหวัดให้สอดคล้องกับแผนแม่บท

ต่อมา ดร.ปัทมาและดร.กาญจนาได้ร่วมบรรยายพิเศษเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด การขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต มีจุดมุ่งหมายให้เกิดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทักษะ ศักยภาพกำลังคน ผลสำรวจจากการดำเนินการธนาคารหน่วยกิตจังหวัดในปี พ.ศ. 2568 ตามตัวชี้วัด 9 แนวทางหลัก 3 ระดับ พบว่า มีจังหวัดที่ดำเนินการในขั้นตอนการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตจังหวัดระดับมากไปแล้ว 16 จังหวัด (21%) โดยที่ผ่านมาจังหวัดส่วนใหญ่ได้ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตให้กลุ่มเป้ากหมาย (ตัวชี้วัดที่ 4) และรองลงมาคือเริ่มดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงานขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด (ตัวชี้วัดที่ 1) เป็นต้น พร้อมแนะนำกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ 4  ขั้นตอน สำหรับ ศธจ. ดังนี้ 1) SWOT Analysis โดยวิเคราะห์เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพ 2) กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ และตั้งเป้าหมาย โดยต้องยึดโยงกับบริบทพื้นที่ของตน 3) กำหนดกลยุทธ์ และ 4) จัดทำแผนปฏิบัติการ ทั้งหมดจะเป็นกลไกในการสร้างการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้ในการติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงานที่เหมาะสมต่อไป

จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พบว่า ปี 2568 มีสัดส่วนของเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาเป็นจำนวนมากกว่า 600,000 คน และกำลังคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในตลาดแรงงานก็จบการศึกษาระดับประถมศึกษาเท่านั้น จากข้อมูลดังกล่าว ดร.นิติ จึงให้ข้อเสนอแนะว่า ศธจ. เป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน “ธนาคารหน่วยกิตจังหวัด” ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปี 2569 นี้ การจัดทำ Action Plan ของ ศธจ. อาจต้องยึดโยงผลลัพธ์ปลายทางให้เชื่อมโยงกับนโยบาย Zero Dropout ในขณะเดียวกันสถานศึกษาควรบูรณาการการจัดการศึกษาให้เชื่อมโยงกับบริบทผู้เรียนในพื้นที่ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการลดระยะเวลาเรียนรู้ และผลิตทรัพยากรทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น สามารถรับชมการประชุมย้อนหลังทาง Facebook และ Youtube ของ Thailand NQF : https://www.facebook.com/share/v/172PSBfoWQ/

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด