สกศ. ดึงผู้นำท้องถิ่น ผู้ปกครอง ครูอาสา ร่วมร่างกฎหมายปฐมวัยลดเหลื่อมล้ำ
วันที่ 15 มกราคม 2569 รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สกศ.


ที่ประชุมเน้นย้ำว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้หลักการสำคัญในการปรับปรุง พ.ร.บ. จะไม่ทำบน “หอคอยงาช้าง” แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐาน ข้อมูลเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริง โดยมีกรอบการทำงานในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและใช้บังคับได้จริง โดยสอบถามผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อคอนเฟิร์มว่าแนวทางแก้ไขนั้นถูกต้องและปฏิบัติได้ และเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่นได้ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.คนพิการ เพื่อให้การทำงานไร้รอยต่อ รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำ และยึดความต้องการของเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเปราะบาง ส่วนช่องว่างทางกฎหมาย จากการประเมินผลสัมฤทธิ์และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ พบประเด็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข สถานดูแลเด็กนอกระบบ มีมูลนิธิ องค์กรศาสนา หรือ NGO จำนวนมากที่รับดูแลเด็กแต่ไม่ได้จดทะเบียน ทำให้รัฐเข้าไปกำกับดูแลลำบาก และเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ ความรุนแรง ส่วนปัญหาเด็กพิเศษนั้นผู้ปกครองมักจะไม่ยอมรับการคัดกรองเพราะกลัวการถูก “ตีตรา” ดังนั้น กฎหมายต้องหาทางช่วยเด็กโดยไม่สร้างปมด้อย นิยามของผู้ดูแลเด็กในกฎหมายยังขาดนิยามและความคาดหวังด้านสมรรถนะของพี่เลี้ยงหรือผู้ดูแลเด็กที่ไม่ใช่ครู



สำหรับการจัด Focus Group เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและเวลาของบุคลากร ที่ประชุมมีมติปรับเปลี่ยนรูปแบบให้จัดในกรุงเทพมหานคร จะใช้วิธีเชิญกลุ่มตัวแทน “ตัวจริงเสียงจริง” ประมาณ 60 คน แบ่งเป็น 4 ห้องย่อย ห้องละประมาณ 12-15 คน ดังนี้ 1) กลุ่มผู้บริหารเชิงนโยบาย (ศธจ., นายก อบต./เทศบาล, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กทม., เมืองพัทยา) 2) กลุ่มครูและผู้ดูแลเด็ก ผู้ปฏิบัติงานหน้างานโดยตรง 3) กลุ่มผู้ปกครอง ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบางและกลุ่มยากจน 4) กลุ่มผู้นำชุมชนและท้องถิ่น เพื่อสะท้อนบริบทสังคมรอบตัวเด็ก โดยจัดการประชุม Onsite เป็นหลักเพื่อให้เห็นปฏิกิริยาและกระบวนการกลุ่มที่ชัดเจน แต่เปิดระบบ Online เสริมสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่กว้างขวางขึ้น สำหรับพื้นที่เป้าหมายเพื่อการศึกษาสังเกต ก่อนการจัดเวทีใหญ่คณะกรรมการจะลงพื้นที่สังเกตการณ์ในจุดที่มีบริบทเฉพาะทาง จังหวัดสมุทรสาครเพื่อศึกษาการจัดการเด็กข้ามชาติ สาธิต มศว กรณีตัวอย่างการจัดการศึกษาคุณภาพสูง บางคูรัด จังหวัดนนทบุรี และบางกะดี จังหวัดปทุมธานี เพื่อศึกษาความซับซ้อนทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการจัดทำ “ชุดคำถาม” เพื่อส่งให้หน่วยงานเป้าหมายล่วงหน้าเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุด

