สกศ. หารือ IEA ขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลและเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมวิจัยการศึกษาระดับโลก IEA IRC 2027
วันที่ 14 มกราคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมนานาชาติเพื่อการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (International Association for the Evaluation of Educational Achievement: IEA) เพื่อหารือความร่วมมือและความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับนานาชาติ และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิจัยระดับโลก IEA International Research Conference (IRC) ครั้งที่ 12 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสกศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 21 – 25 มิถุนายน 2570 โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Pre-conference Workshop) วันที่ 21 - 22 มิถุนายน พ.ศ. 2570 และ การประชุมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ (Conference) ระหว่างวันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2570 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

การประชุมดังกล่าวนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วย ดร. รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา และ ดร.ศศิรัศม์ วีระไวทยะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก IEA นำโดย Dr. Andrea Netten ผู้อำนวยการสมาคมฯ Dr. Lauren Musu ผู้ประสานงานฝ่ายกองทุนวิจัย และ Ms. Mar Puigbert เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับระบบข้อมูลการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล และการเตรียมความพร้อมเชิงพื้นที่สำหรับการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ IEA IRC 2027 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยการศึกษา และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีการศึกษาระดับโลก

การเข้าร่วมโครงการประเมินของ IEA เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบข้อมูลด้านการศึกษาไทยให้มีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และกำหนดทิศทางนโยบายการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและบริบทสังคมในศตวรรษที่ 21 รวมถึงช่วยให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลเชิงเปรียบเทียบระดับนานาชาติ (International Benchmarking) ที่สามารถนำมาใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาครูอย่างมีประสิทธิภาพและตรงประเด็น

เลขาธิการสภาการศึกษาได้แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการประเมินสำคัญของ IEA ใน 2 โครงการ ได้แก่
1. โครงการ ICILS (International Computer and Information Literacy Study) รอบปี 2028 เพื่อประเมินสมรรถนะด้านความรู้เท่าทันสารสนเทศและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของนักเรียนไทย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการพัฒนากำลังคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมฐานความรู้
2. โครงการ TIMSS & PIRLS รอบปี 2031 เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางปัญญาของประเทศในระยะยาว การประเมินในรอบนี้มีความพิเศษที่จะผสมผสานประเมิน TIMSS (Trends in International Mathematics and Science Study: โครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ) และ PIRLS (Progress in International Reading Literacy Study: โครงการศึกษาด้านทักษะการอ่านระดับนานาชาติ) เป็นโครงการเดียวและจะดำเนินการจัดประเมินผลผ่านระบบดิจิทัล

ภายหลังการหารือ เลขาธิการสภาการศึกษาได้มอบหมาย ดร. รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา และ ดร.ศศิรัศม์ วีระไวทยะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ นำทีม สกศ. เดินทางไปยังคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพาคณะผู้แทน IEA หารือประเด็นการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน IEA IRC 2027 กับคณะผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของสถานที่จัดการประชุมหลัก ได้แก่ อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางวิชาการ การประชุมใหญ่ และการสัมมนาย่อยภายในงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการจัดการประชุมวิชาการระดับโลกที่มีมาตรฐานสูง และสามารถเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยการศึกษาที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ คณะผู้แทน สกศ. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ IEA ยังได้เดินทางไปสำรวจความพร้อมของสถานที่พักแรมในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส (Pathumwan Princess Hotel) และโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ (Novotel Bangkok on Siam Square) ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นโรงแรมในเครือข่ายความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพในการรองรับนักวิจัย นักวิชาการ และผู้แทนจากนานาชาติที่คาดว่าจะเข้าร่วมการประชุมจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้เข้าร่วมประชุม และเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมวิชาการระดับโลก

