สกศ. ผนึกกำลัง กกท. หารือแนวทางเทียบประสบการณ์แข่งขัน ดัน NQF หนุนผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา ควบวุฒิการศึกษา

image

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายยุธยา จีนหีต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวเปิดและแจ้งวัตถุประสงค์การประชุม ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พร้อมด้วยนายเกียรติกร สุภากรณ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. นำทีม ผู้บริหารและบุคลากร กกท. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ณ การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

ดร.นิติ กล่าวถึงความสำคัญในการขับแคลื่อนงาน NQF ว่า สกศ. ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ขับเคลื่อน NQF ซึ่งเป็นกลไกในการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ของภาคการศึกษากับมาตรฐานการปฏิบัติ อีกทั้งที่ผ่านมา สกศ. ได้เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา ตั้งแต่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ทั้งหมดนี้เพื่อให้บุคลากรกลุ่มนี้สามารถฝึกซ้อมและเข้าแข่งขันไปพร้อมกับการสะสม เทียบเคียงประสบการณ์ ทักษะ เพื่อเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้เพื่อให้สำเร็จการศึกษาได้ตามเวลาที่กำหนดหรือได้รับคุณวุฒิการศึกษาเพื่อต่อยอดให้วิชาชีพต่อไปได้ 

นายยุธยา แนะนำบทบาทของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. ว่ามีหน้าที่ในการกำกับดูแล ติดตาม ประเมินผล วางแผน สนับสนุน รวมถึงบริหารจัดการนักกีฬาและจัดการระบบกีฬาต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายในการสร้างและพัฒนานักกีฬาไทยให้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ เช่น ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ เป็นต้น โดยมีการทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ๆ ตั้งแต่การสนับสนุนสมาคมกีฬาฯ ในการค้นหาและคัดเลือกนักกีฬา พร้อมจัดทำแผนและสนับสนุนด้านงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อมในกับนักกีฬา โค้ช ได้แก่ เบี้ยเลี้ยง ที่พักอาศัย และด้านสุขภาพ  สำหรับการสนับสนุนด้านการศึกษา ฝ่ายพัฒนาฯ กกท. ช่วยประสานและสนับสนุนทุนการศึกษาผ่านโครงการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ประสานการออกหนังสือรับรองการเก็บตัวฝึกซ้อม และอบรมทักษะด้านภาษาเพิ่มเติม

ต่อมา สกศ. ได้นำเสนอรูปแบบการเปรียบเทียบประสบการณ์ผลการแข่งขันเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตามระดับ NQF โดยได้วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจนำมาสู่การเทียบเคียง ได้แก่ แผนการฝึก ชั่วโมงการฝึก ระดับการแข่งขันของเยาวชน ระดับความความสำเร็จ เป็นต้น ซึ่งผู้แทนจากฝ่ายพัฒนาฯ กกท. ได้ให้คำแนะนำในประเด็นนี้ว่าในการการกำหนดและรับรองสมรรถนะทางกีฬาทำงานร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ในการทดสอบสมรรถนะตามเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งต้องเหมาะสมกับกีฬาแต่ละชนิดในด้านต่าง ๆ เช่น กายภาพ ทักษะ จิตวิทยา และกลยุทธ์ ซึ่งในทุกระดับการแข่งขันมีมาตรฐานการทดสอบเช่นเดียวกัน แต่อาจแตกต่างและเฉพาะเจาะจงตามแต่ละประเภทของกีฬา ในส่วนของระดับความสำเร็จของนักกีฬา อาจมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ (สภาพอากาศ / กลยุทธ์ของฝ่ายตรงข้าม / ผู้ตัดสิน) ถึงแม้สมรรถนะของนักกีฬาจะพร้อมสำหรับการแข่งขันก็ตาม นอกจากนี้แม้แต่นักกีฬาประเภทเดียวกัน ก็ยังมีทักษะที่แตกต่างกันตามตำแหน่งการเล่นที่ตนต้องรับผิดชอบ

ข้อมูลที่ได้จากการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ ในมิติการเทียบเคียงสมรรถนะรายบุคคลของนักกีฬาเป็นประเด็นที่ท้าทายของ สกศ. ที่จะต้องวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ จากการฝึกซ้อมและแข่งขันร่วมด้วย โดยต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ กกท. และ อบจ. เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวทางการได้รับคุณวุฒิการศึกษาตาม NQF ผ่าน Credit Bank สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬาต่อไป

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด