สกศ. เดินหน้าสมัชชาสภาการศึกษา ปี 69 ชูแนวคิด “Lifelong Learning for Longevity” ยกระดับการมีส่วนร่วมผ่านรูปแบบออนไลน์ มุ่งเข้าถึงทุกภูมิภาค
วันที่ 7 มกราคม 2569 นายสุรศักดิ์ มุกประดับ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายทวีศักดิ์ เดชเดโช นายธาดา เศวตศิลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์วานิช ประเสริฐพร และนางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นต้น เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นแบบออนไลน์และออนกราวน์ ณ ห้องพจน์ สะเพียรชัย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา


ฝ่ายเลขานุการฯ ได้สรุปการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 “Future Learn Future Earn: เรียนรู้เพื่อก้าวสู่อนาคต” ณ วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่มีผู้เข้าร่วมเวทีสมัชชาฯ จำนวนทั้งสิ้น 824 คน โดยลงฉันทมติเห็นชอบมติสมัชชา ฯ 2 มติหลัก เพื่อใช้เป็นทิศทางพัฒนาการศึกษาของประเทศร่วมกัน ดังนี้ มติที่ 1 การสร้างการเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ Learn to Earn และ มติที่ 2 ระบบนิเวศการเรียนรู้ : Key Success Factors ของเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวทีเสวนา ได้แก่ เวที TED Talk เสวนาอนาคตการศึกษา และการร่วมเข้าห้องเสวนาตามความสนใจ ในขณะเดียวกันจากผลสำรวจข้อมูล ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 แสดงภาพรวมความสำเร็จของการจัดตั้งสมัชชาสภาการศึกษาที่ตามแนวทางของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทั้งหมด 4 กลุ่ม (ภาคเหนือ/ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก/ภาคใต้) รวม 50 ภาคีเครือข่ายฯ ประกอบด้วย 49 จังหวัด และ 1 อำเภอ พบว่ามีรูปแบบที่น่าสนใจจากการจัดตั้ง ซึ่งปัจจุบันมีแค่แห่งเดียวในประเทศไทย ประกอบด้วย สมัชชาการศึกษาระดับอำเภอ (สมัชชาการศึกษาอำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน) และ สมัชชาการศึกษาจัดตั้งโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (สภาการศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล)


จากนั้นได้ร่วมพิจารณาประเด็นความท้าทายจากรูปแบบการประชุมที่ผ่านมาในรูปแบบ On Site ซึ่งพบว่ามีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ที่พัก และระยะทาง ที่ส่งผลให้ผู้แทนในบางพื้นที่ไม่สามารถร่วมสะท้อนปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2569 สกศ. จึงปรับกลยุทธ์รูปแบบการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับภูมิภาคโดยผสาน 2 รูปแบบ ดังนี้ การลงพื้นที่เชิงเป้าหมาย โดยเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงและการประชุมในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก (Online Conference) เพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว เพิ่มโอกาสให้ผู้แทนจากทุกพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ อย่างรอบด้านและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด


ต่อมาได้ร่วมพิจารณาเกี่ยวกับการพัฒนามติสมัชชาการศึกษา ประจำปี 2569 โดยต่อยอดจากการขับเคลื่อนมติสมัชชาฯ จากปี 2566-2568 ที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) การสร้างการเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ (Learn to Earn) และการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ซึ่งทั้งหมดเป็นกลไกสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งจากการสะท้อนผลลัพธ์ทางความคิดเห็นของคนในพื้นที่จากมติสมัชชาฯ ที่ผ่านมา พบว่ามีการมุ่งเน้นถึงบริบทด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และพลวัตของสังคมในยุคปัจจุบันที่มีสังคมผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุคใหม่และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย สกศ. จึงกำหนดทิศทางมติสมัชชาฯ ประจำปี 2569 “Lifelong Learning for Longevity: เรียนรู้เพื่อชีวิตยืนยาว” โดยมีหมุดหมายดังนี้ 1) เปลี่ยนประชากรสูงวัยให้เป็นสินทรัพย์ของชาติ 2)สร้างสังคมที่คนทุกวัยสามารถเรียนรู้ ทำงาน และสร้างคุณค่าได้ตลอดชีวิต 3) วางรากฐานสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับคนไทย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการจัดสมัชชาฯ ประจำปี 2569 ดังนี้ ความสำคัญของวิทยากรและประเด็นแลกเปลี่ยนความเห็นของแต่ละบริบทพื้นที่ เช่น การประกอบอาชีพ รายได้ เป็นต้น ควรนำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับปัจจัยด้านสุขภาพที่เมื่อขับเคลื่อนแล้วจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนในแต่ละท้องถิ่น เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านสังคมเป็นต้น สกศ.อาจไม่ได้เป็นแค่ผู้รับฟัง แต่อาจต้องร่วมให้ความรู้เสริมในประเด็นที่มีความท้าทายเพื่อให้พื้นที่ได้เห็นความสำคัญ เช่น ด้านการพัฒนาการใช้ AI เป็นต้น


นอกจากนี้ที่ประชุมได้ร่วมพัฒนากลไกรางวัลให้สะท้อนการเติบโตของเครือข่าย โดยจัดทำรางวัลสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ประจำปี 2569 (National Education Assembly Award 2026) เพื่อยกย่อง เชิดชู และสร้างขวัญกำลังใจแก่สมัชชาสภาการศึกษาที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนาการศึกษาของพื้นที่ด้วยกลไกสมัชชาฯ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสะท้อนภาพการทำงาน “พัฒนาการ” และ “ศักยภาพใหม่” ของภาคีเครือข่ายได้อย่างรอบด้าน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มต้นแบบการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Sustained Excellence) และ 2) กลุ่มพลังใหม่แห่งการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ (Rising Star for Area-based Achievement) ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ประจำปี 2569 ให้เกิดผลลัพธ์การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

