สกศ. ลงพื้นที่ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ เตรียมชงนโยบายเพื่อยกระดับวิชาชีพครู

image

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา นางสาวกิ่งกาญจน์ เมฆา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สกศ. และ สพฐ. ลงพื้นที่จัดประชุมและเก็บข้อมูลเพื่อศึกษารูปแบบ ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษให้มีคุณภาพ ณ โรงเรียนวัดกลางคลองสาม จังหวัดปทุมธานี โดยมีนางสาวสุพชาต ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และศึกษานิเทศก์ และโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้บริหาร คณะครู เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

โรงเรียนวัดกลางคลองสาม เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่เล็งเห็นทุกโอกาสทางการศึกษาโดยเฉพาะทักษะด้านภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนได้อย่างรอบด้านและเท่าเทียม โดยโรงเรียนมีแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้โรงเรียนมีการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงและสามารถบูรณาการทักษะต่าง ๆ เช่น กิจกรรมวันคริสต์มาส ห้องเรียนธรรมชาติ ฯลฯ ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาและใช้ทักษะด้านภาษาอังกฤษในการสื่อสาร อีกทั้งโรงเรียนได้ให้ข้อเสนอแนะปัจจัยแห่งความสำเร็จในการศึกษาซึ่งมี “ครู” เป็นหัวใจสำคัญ คือ หน่วยงานส่วนกลางควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมครู เช่น การผลิตสื่อการเรียนการสอน การใช้แอปพลิเคชั่น แพลตฟอร์มและอุปกรณ์สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ เช่น smart tv หนังสือเรียนในรูปแบบภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้สอนสามารถให้ความรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่ผู้เรียน

สำหรับโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา มีการจัดการเรียนการสอนห้องเรียน E-Plus Classroom ที่บูรณาการภาษาอังกฤษในรายวิชาหลัก (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา) ที่ใช้ทรัพยากรครูไทยภายในโรงเรียนเป็นหัวใจสำคัญ โดยครูกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรียนรู้หลักของเนื้อหา ส่วนครูกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” (Coach & Mentor) ช่วยออกแบบภาษาและให้ข้อมูลป้อนกลับ และทางโรงเรียนเน้นการลงทุนพัฒนาครูไทย ให้มีสมรรถนะการสอนแบบสองภาษา (Bilingual Teacher) เพื่อให้ห้องเรียน E-Plus Classroom สามารถยกระดับการเรียนรู้โดยเพิ่มสมรรถนะของครูและผู้เรียน ขยายโอกาสลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของผู้เรียนทุกคน และไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังประสบการณ์จากผู้บริหารและครูผู้สอน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ นโยบายและบริบทสถานศึกษา ศักยภาพและการพัฒนาครู ความพร้อมผู้เรียน หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน งบประมาณและทรัพยากร การติดตามประเมินผล รวมถึงปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงาน เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีและความท้าทายที่สถานศึกษาต้องเผชิญ

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะนำข้อมูลที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้ ไปวิเคราะห์เพื่อดำเนินการจัดทำข้อเสนอแนวทาง/ ข้อเสนอเชิงนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีความพร้อมในการปฏิบัติงาน รองรับภารกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่ทันต่อสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ตลอดจนมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบห้องเรียน EP หรือห้องเรียนพิเศษทางภาษาที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด