สกศ. ระดมสมอง (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... ชู The L.E.A.R.N. Pillars ขับเคลื่อนศักยภาพคนไทย
วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ผศ.ดร.กอบสุข คงมนัส มหาวิทยาลัยนเรศวร นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมด้วย คณะทำงานฯ และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต และ ห้องพจน์ สะเพียรชัย สกศ.

ดร.นิติ กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีความสำคัญยิ่งในการจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... หลังจากมาตรฐานเดิมปี 2561 ประกาศใช้มาครบ 7 ปี ซึ่งในหวงดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงที่สงผลตอการจัดการศึกษาของประเทศ สกศ. ได้จัดทำทิศทางการพัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านโมเดล The L.E.A.R.N. Pillars เพื่อนำมาประกอบการจัดทำมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยนำมาเป็นตัวตั้งในการวิเคราะห์ความต้องการของแต่ละช่วงวัย เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์การศึกษาที่พึงประสงค์ (DOE : Desired Outcome of Education) ซึ่งกระบวนการปฏิบัติตรงนี้ต้องมองเป็นภาพใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย คือ ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สร้างคุณค่าและนวัตกรรม และพลเมืองที่มีจริยธรรม

ที่ประชุมรับทราบคำสั่ง สกศ. ที่ 178/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... มีหน้าที่และอำนาจในการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเขียนและเรียบเรียงคำอธิบาย (ร่าง) มาตรฐานและตัวบ่งชี้ ตลอดจนดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงและดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... โดย สกศ. ได้ดำเนินงานเพื่อเป็นฐานคิดผ่านการศึกษาองค์ความรู้ งานวิจัย และการทำ Focus Group มาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นคณะทำงานฯ ร่วมกันศึกษารายละเอียดของ ทิศทางการพัฒนาศักยภาพคนไทย ที่มีความสอดคล้องกับ DOE โดยมีเสาหลัก 5 ประการ The L.E.A.R.N. Pillars ประกอบด้วย L : Learner Agency ศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน E : Educator Empowerment and Well-being การพลังและสุขภาวะที่ดีของบุคลากรทางการศึกษา A : Allocation การบริหารงบประมาณและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ R : Reach การเข้าถึงการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกคน และ N : Network การบริหารจัดการแบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการที่มีคุณภาพเหมาะสมตามช่วงวัยของผู้เรียนทุกคน


นอกจากนี้ที่ประชุมรับฟังองค์ความรู้และกรอบแนวคิดการจัดทำ (ร่าง)ฯ มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... มีกรอบแนวคิดการพัฒนาการศึกษาของชาติ ประกอบด้วย กฎหมายและแผนที่เกี่ยวข้อง วิกฤตและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ Global Megatrends และ Transforming Education ค่านิยมร่วม คือ “วินัย ใฝ่เรียนรู้ สุจริต รับผิดชอบ เคารพความแตกต่าง สร้างสังคมยั่งยืน” ผลลัพธ์การศึกษาที่พึงประสงค์ (DOE) คือ ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) ผู้สร้างคุณค่าและนวัตกรรม (Value and Innovative Creator) และพลเมืองที่มีจริยธรรม (Ethical Citizen) โดยร่างมาตรฐานฯ ใหม่นี้ประกอบด้วย 2 มาตรฐานหลัก คือ มาตรฐานที่ 1 ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต แบ่งเป็น 1.1) การกำหนดนโยบายและกลไกระดับชาติ 1.2) การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเรียนรู้ 1.3) การพัฒนากลไกพหุภาคีและการมีส่วนร่วม และ 1.4) การส่งเสริมคุณภาพและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศการเรียนรู้ และมาตรฐานที่ 2 ระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองผู้เรียนและการเปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น 2.1) การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน 2.2) ผู้มีบทบาทในการจัดการเรียนรู้ 2.3) การจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์เป็นฐาน 2.4) การประเมินผลและการรองรับผลลัพธ์การเรียนรู้ และ 2.5) ระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน

ช่วงต่อมา ผศ.ดร.กอบสุข ได้นำเสนอข้อค้นพบจากการวิจัย “ถอดรหัสมาตรฐานและระบบการศึกษา กรณีศึกษาจากต่างประเทศ” จาก 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เยอรมนี เครือรัฐออสเตรเลีย และฟินแลนด์ เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะมีกรอบแนวคิดหลักและเป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษา ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ เน้นการสร้างสมดุลระหว่างการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนจากส่วนกลาง เพื่อรักษามาตรฐานและวิสัยทัศน์ของชาติ และให้อิสระแก่โรงเรียนในการปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบท ตัวอย่าง Key Stage Outcomes (KSO) ที่น่าสนใจ ได้แก่ สิงคโปร์ : หลักสูตร-การสอน-การประเมิน-การพัฒนาครูให้เป็นระบบเดียวกัน ญี่ปุ่น : กรอบผลลัพธ์ผู้เรียนระดับชาติ เพื่อเป็นแกนเดียวของระบบการศึกษาไทย เยอรมนี : สัญญาคุณภาพการศึกษาของชาติ เครือรัฐออสเตรเลีย : การวัดความสามารถจริง ฟินแลนด์: พัฒนามาตรฐานแบบกรอบที่ยืดหยุ่น ทั้งนี้ ประเทศไทยสามารถประยุกต์ใช้เป็น Thailand Key Stage Outcomes ให้เข้ากับบริบทเป็นกรอบผลลัพธ์ผู้เรียนแห่งชาติของไทย เพื่อเป็นแกนกลางใหม่ที่สร้างทั้งคุณภาพและความสุขให้กับการศึกษาได้ด้วยการมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุด


ในช่วงบ่าย คณะทำงานได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นและจัดทำ (ร่าง)ฯ มาตรฐานทั้ง 2 มาตรฐานข้างต้น เพื่อให้ได้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเชิงลึกในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาและจัดทำใหมีความทันสมัย เหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมตอบสนองต่อเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ และสามารถยกระดับคุณภาพผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาไทยให้สามารถแข่งขันได้กับนานาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

