พล.อ.ไพบูลย์ ชู “กาญจนบุรีโมเดล” ลดเหลื่อมล้ำ ดันหลักสูตรกลาง NQF - NCB ปั้นเด็กจบไว พร้อมดึง AI เสริมทัพส่งเด็กสู่ตลาดแรงงานได้เร็ว

image

วันที่ 22 - 23 ธันวาคม 2568 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำหลักสูตรกลางสู่กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) จังหวัดกาญจนบุรี” โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) นางปัถมา ดวงแก้ว ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี นายไพชยา พิมพ์สารี ผอ.สพม.กาญจนบุรี ดร.นันท์ปภัทร บรรณ์ติเจริญโชติ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ผู้บริหารสถานศึกษา อาชีวศึกษา สถาบันอุดมศึกษา คณะอสส.ส่วนกลางและประจำจังหวัด และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมประชุม ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้มอบนโยบายในการพัฒนาระบบการศึกษาของจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมุ่งเน้นการสร้างกำลังคนที่มีประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส โดยให้ความสำคัญกับการนำระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) มาใช้สะสมและต่อยอดทุกผลลัพธ์การเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไร้รอยต่อในทุกก้าวย่างของการศึกษา ในการลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาการเรียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถลดระยะเวลาและต้นทุนทางการศึกษาลงได้ถึง 1 ปีการศึกษา และการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นรากฐานสำคัญในการจัดการเรียนการสอนสมัยใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงตามศักยภาพของตนเอง นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายทางการศึกษาในจังหวัดร่วมผลักดันระบบการศึกษาให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นางสาววริษฐา กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติยิ่งที่จะได้นำข้อมูลและแนวทางการขับเคลื่อนฯพัฒนากำลังคนในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีให้มีทักษสมรรถนะ และลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กในพื้นที่ให้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างครอบคลุมรอบด้าน ตลอดจนเพิ่มความรู้ส่งเสริมต่อยอดทางเศรษฐกิจในพื้นที่ให้จังหวัดกาญจนบุรีก้าวล้ำยิ่งขึ้นด้วย 

รศ.ดร.ประวิต นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเชื่อมต่อการเรียนระดับมัธยมปลายสู่ระดับอุดมศึกษา มีการเทียบเคียงผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่างรายวิชาของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อปรับหลักสูตร ปิดช่องว่างทางการเรียนรู้ และจัดการสอนในรูปแบบ Module หรือ Thai MOOC โดยครูที่ผ่านการอบรมหรืออาจารย์มหาวิทยาลัย การบูรณาการงบประมาณและภารกิจร่วมกันระหว่างหน่วยงานระดับนโยบาย ทาง สกศ. จะหารือกับ สป.อว. เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และประสานกับ สพฐ. เรื่องการจัดสรรงบประมาณและระบบประเมินความก้าวหน้าของครูเพื่อให้โครงการยั่งยืน ซึ่งผู้เรียนสามารถลดเวลาเรียนลง 1 ปีการศึกษา ประหยัดค่าใช้จ่าย และเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น ครูมีความก้าวหน้าทางวิชาชีพผ่านระบบประเมินเฉพาะ และโรงเรียนได้รับงบประมาณสนับสนุน และมหาวิทยาลัยได้จำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นจากเส้นทางการศึกษาที่ชัดเจน เปรียบเสมือนระบบธนาคารหน่วยกิต ให้นักเรียนเริ่มสะสมหน่วยกิต ได้ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็นำหน่วยกิตสะสมไว้มาแลกใช้ได้เลย ทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลาเก็บหน่วยกิตใหม่ จึงถึงเป้าหมาย คือการจบการศึกษาได้เร็วขึ้นและประหยัดต้นทุนกว่าเดิม

ดร.สุนทรีย์ นำเสนอรายละเอียดของหลักสูตรเปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech) ในรูปแบบ Micro-credentials ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ สกศ. เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลให้แก่นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและคะแนน PISA ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ผ่านการใช้ระบบการเรียนรู้แบบ Self-paced Learning ที่ยืดหยุ่นทันสมัย หลักสูตรประกอบด้วยโมดูลเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและโปรแกรมมิ่ง ออกแบบมาให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนในรูปแบบ Credit Bank ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนได้ประโยชน์จากสื่อการสอนและเครือข่ายความรู้เพื่อลดภาระงาน ถือเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนปูพรม “Career Map” สู่การรับรองสมรรถนะรายหน่วยให้ผลการเรียนรู้เข้าสู่ระบบการเทียบโอนได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ดร.นิติ ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อเน้นย้ำความเข้าใจและความสำคัญของแผนการดำเนินงานการขับเคลื่อนฯ จากนั้นได้แบ่งกลุ่มเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหลักสูตรกลางสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ได้แก่ 1. การจัดทำรายวิชาเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหลักสูตรกลาง 6 หลักสูตร สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปวช.ลักษณะที่ 3 ทวิศึกษา และห้องเรียนอาชีพ) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาในโครงการ โดย ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เป็นวิทยากรแนะนำประจำกลุ่ม 2. การวิเคราะห์รายวิชาเพื่อเทียบโอนรายวิชาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่ระดับอุดมศึกษาและออกแบบหลักสูตรธนาคารหน่วยกิตระดับปริญญาตรี เพื่อลดเวลาเรียน 1 ปีการศึกษา มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสถาบันอุดมศึกษา และวิทยาลัยการอาชีพ โดย ผศ.ดร.ศรายุทธ ทองอุทัย รองผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 5 เป็นวิทยากรแนะนำประจำกลุ่ม เพื่อเป้าหมายการจัดการศึกษาในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและได้มาตรฐาน

นายไพชยา กล่าวว่า กาญจนบุรีโมเดล เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดทำหลักสูตรฐานกลาง จำนวน 24 หน่วยกิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถาบันการศึกษาต่าง ๆได้อย่างเสรีและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยใช้กลไกของระบบธนาคารหน่วยกิต และกรอบคุณวุฒิแห่งชาติมาช่วยลดระยะเวลาการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม 

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เริ่มด้วยการนำเสนอและทบทวนสรุปผลความสอดคล้องรายวิชาวางแผนปฏิบัติการและการสร้างเครื่องมือสนับสนุน โดยมี ผศ.ดร.ศรายุทธ ให้คำแนะนำร่วมกับ สถานศึกษาในพื้นที่ร่วมกันวิพากษ์วิเคราะห์การเชื่อมโยงเทียบเคียงผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่างรายวิชาของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยช่วงท้าย ดร.กาญจนา ได้สรุปภาพรวมกระบวนการเชื่อมโยง Career Map สู่การรับรองสมรรถนะรายหน่วย (Micro Credential) เพื่อให้มั่นใจว่าผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจะสามารถเข้าสู่ระบบการสะสมและเทียบโอนได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของ “กาญจนบุรีโมเดล” ในการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ เชื่อมโยงทุกระดับการศึกษา ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้านและมีอาชีพรองรับในอนาคต

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด