สกศ. ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาระบบประเมินผลด้านการพัฒนาสุขภาพจิต เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กไทย
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นประธาน “การประชุมปรึกษาหารือแนวทางการประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนานโยบายด้านสุขภาพจิตในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ดร.รับขวัญ ธรรมาภรณ์พิลาศ ดร.ปิยกฤตา เครือหิรัญ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ปัญหาสุขภาพจิตในสังคมไทยกับทวีความรุนแรงและเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเพียงแค่ประเทศไทยแต่ถือเป็นวาระสำคัญของโลก ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนรู้ โดยเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสุขภาพจิตมักมีสมาธิและการเรียนรู้ที่แย่ลง ตลอดจนมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตที่รุนแรง เช่น การถูกข่มเหงรังแก การพยายามฆ่าตัวตาย


สำนักเลขาธิการสภาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการศึกษา โดยเห็นว่าแทนที่จะเน้นเพียงผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่การจัดการศึกษาควรคำนึงถึง “ความเป็นอยู่ที่ดี” (Well-being) ของผู้เรียนเป็นสำคัญด้วย การดำเนินการด้านสุขภาพจิตในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ สถานศึกษาควรเป็นพื้นที่หลักในการส่งเสริมและพัฒนาภูมิคุ้มกันทางด้านสุขภาพจิตให้แก่เด็กและเยาวชน การประเมินผลครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางกรอบแนวคิดเพื่อศึกษาและประเมินผลการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตให้ครอบคลุม เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมและมุ่งเน้นผลลัพธ์ต่อการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียนอย่างยั่งยืน


การประชุมปรึกษาหารือครั้งนี้ดำเนินไปด้วยบรรยากาศที่จริงจัง สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยความพร้อมร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นว่าประเด็นสุขภาพจิตในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถือควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนและพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ สกศ. โดยแนวทางการดำเนินงานควรชี้ให้เห็นปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และมีการเสนอให้ขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพจิตให้ครอบคลุมไปถึงเด็กปฐมวัยด้วย

ผลจากการประชุมปรึกษาหารือครั้งนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาสามารถสังเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านสุขภาพจิตที่เป็นรูปธรรมและมีมาตรฐานทางวิชาการ เพื่อนำไปสู่การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยให้มุ่งเน้นที่ “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของผู้เรียนเป็นสำคัญ และเป็นการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชนในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืน

