อนุฯมาตรฐานการศึกษาขึ้นเชียงใหม่ ถอดบทเรียนโรงเรียนปลาดาว

image

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา พร้อมด้วย ศาสตราจารย์บังอร เสรีรัตน์ อนุกรรมการฯ และ นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ นำคณะลงพื้นที่เชิงลึก ณ โรงเรียนบ้านปลาดาว อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จของสถานศึกษาต้นแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

​คณะอนุกรรมการฯ ได้ศึกษาดูงานโรงเรียนบ้านปลาดาว ในฐานะสถานศึกษาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้า รางวัลโรงเรียนนวัตกรรมอันดับ 3 ของโลก (Top 3 for Innovation) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการจัดการเรียนรู้ผ่าน (1) 3R (Reading, Writing, Arithmetic): การปูพื้นฐานทักษะวิชาการที่เข้มข้นทั้งการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง​ (2)  Makerspace พื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ สร้างสิ่งประดิษฐ์ และเรียนรู้ผ่านการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ และ  (3) Project-Based Learning (PBL) การเรียนรู้ผ่านโครงงาน ซึ่งเป็นการนำทักษะจาก 3R และ Makerspace มาบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ผลงานจริง

​ดร.บุญรักษ์ กล่าวชื่นชมรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านปลาดาวว่า รูปแบบของโรงเรียนบ้านปลาดาวมีความคล้ายคลึงและเทียบเคียงได้กับ 'โรงเรียนอาร์คกิ ( Arkki)​ โรงเรียนหลักสูตรการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ชั้นนำระดับโลกจากกระทรวงศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ต้นแบบการศึกษาระดับโลกที่เน้นทักษะความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการออกแบบ (ปัจจุบันมีสาขาที่ประเทศไทย ตั้งอยู่ Bambini Villa สุขุมวิท 26 กทม.)​ และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า อยากเห็นโรงเรียนในสังกัด สพฐ. นำแนวทางของทั้ง 2 โมเดลนี้ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลจาก Arkki หรือโมเดลความสำเร็จของโรงเรียนบ้านปลาดาว ไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนรัฐให้ก้าวทันโลกอนาคต

ศาสตราจารย์บังอร ให้ข้อคิดเห็นว่า โรงเรียนบ้านปลาดาวได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้านและเตรียมความพร้อมเด็กต่อการเข้าสู่สังคมจริง หากเทียบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning: CBL)แล้ว โรงเรียนสามารถเพิ่มการจำลองสถานการณ์ให้นักเรียนได้นำผลงานออกมาเสนอต่อสังคมภายนอกจริง จะถือว่าโรงเรียนสามารถจัดการศึกษาฐานสมรรถนะได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว เช่น การฝึกทำขนมจนชำนาญแล้วนำออกมาทดลองขาย

​สกศ. จะนำข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนโมเดลนวัตกรรมดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ (DOE) ไปสู่การปฏิบัติในระดับชาติ และเป็นกรณีศึกษาประกอบการจัดทำร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับใหม่ต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด