อนุกฎหมายอัปเดตกฎหมายการศึกษา ชูสิทธิเท่าเทียม – เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง
วันที่ 30 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านกฎหมายการศึกษา ครั้งที่ 2/2568 โดยมีอนุกรรมการ พร้อมด้วย นายเนติ รัตนากร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา เข้าร่วมประชุมในรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องสิปป นนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและพิจารณาภาพรวมการดำเนินงานด้านการพัฒนากฎหมายเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของ สกศ. ซึ่งครอบคลุมประเด็นหลักที่น่าสนใจหลายด้าน ตั้งแต่สิทธิการศึกษาของเด็กต่างด้าวไปจนถึงความคืบหน้าของกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างอย่างพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ฝ่ายเลขานุการได้รายงานความคืบหน้าสำคัญในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติเพื่อยกระดับ "การศึกษาเท่าเทียม" โดยมีการเสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว การขับเคลื่อนกฎหมายนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและยืดหยุ่น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบด้าน สกศ. ได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมกรณีศึกษา และเปิดรับฟังคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง สำหรับประเด็น “การพัฒนากลไกการบูรณาการความร่วมมือโดยการสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่” เพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบูรณาการงานร่วมกับสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้เพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ โดยได้จัดทำกลไกการสร้างความร่วมมือในการบูรณาการการจัดการในระดับจังหวัด นอกจากนี้ ยังได้จัดทำข้อเสนอเชิงกฎหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างความร่วมมือในระดับพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม หรือการจัดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับการจัดตั้งเครือข่ายการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่

จากการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายด้านการศึกษาจากทั่วประเทศเกิดข้อค้นพบสำคัญมากมาย โดยเฉพาะปัญหา “สิทธิการศึกษาของเด็กต่างด้าว” ที่หลักกฎหมายยังมีความขัดแย้งและมีปัญหาการปฏิบัติในพื้นที่ ตลอดจนพบปัญหาเรื่องเอกสารแสดงตัวตนและการย้ายถิ่นฐานของผู้เรียน “พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ที่การกระจายอำนาจยังไม่สมบูรณ์และถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบการบริหารบุคคลจากส่วนกลาง ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกระดับในการออกแบบนโยบายและระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน ลดข้อจำกัดเชิงระบบ และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์จริงในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ “กฎหมายพัฒนาเด็กปฐมวัย” พบว่ามีความคุ้มค่าในระยะยาว เนื่องจากเป็นการลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการมากขึ้นและขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่ง สกศ. ต้องนำผลการประเมินเหล่านี้ไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างต่อไป


นอกจากนี้ สกศ. ได้จัดโครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และการใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในเรื่อง จิตสำนึกและวินัยของข้าราชการ รวมถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการ จัดซื้อจัดจ้างและระเบียบพัสดุภาครัฐ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างรากฐานสำคัญของการเป็นข้าราชการที่ดี เพราะการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา คือกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา สกศ. จึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันกฎหมายให้เป็นพลังสร้างความเท่าเทียม คุณภาพ และความยั่งยืนทางการศึกษา เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประชาชนทุกคน

