สกศ. ผนึกกำลังหน่วยจัดการศึกษา ออกแบบระบบการศึกษายืดหยุ่น ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
วันที่ 29 กันยายน 2568 นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมสัมมนา เรื่อง การพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการทำงานในโลกอนาคต โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายนรินธรณ์ เซ่งล้ำ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. นางสาวพิมพ์ชนก จอมมงคลครู ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ (CYF) ผู้แทนหน่วยงานจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้สอน ผู้เรียน ภาคเอกชนและมูลนิธิ ร่วมประชุม ณ โรงแรมเอสดี อเวนิว กรุงเทพมหานคร

นางโชติกา กล่าวว่า การส่งเสริมแนวคิดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้เรียนทุกวัยสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมถึงการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านเทคโนโลยีและประสบการณ์จริง การสร้างความรู้ความเข้าใจรับฟังความคิดเห็นและการจัดทำลักษณะและองค์ประกอบของระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกอนาคตต่อไป

นางสาวอุษา คงสาย ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานการศึกษา และนางสาวภัทณิดา พันธุมเสน ข้าราชการบำนาญ นำเสนอความก้าวหน้าผลการศึกษาการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นถึงสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์และองค์ประกอบโดยใช้วิธีทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์และศึกษากรณีตัวอย่างทั้งในและต่างประเทศ คุณลักษณะพื้นฐานและทักษะที่ควรพัฒนาเพื่อรองรับอนาคต รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบการจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นในประเทศที่มีผลการประเมิน PISA สูง เช่น ฟินแลนด์ เอสโตเนีย เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาของไทย

รศ.ดร.วีระเทพ กล่าวว่า หลักคิดสำคัญของการศึกษายืดหยุ่น (Flexible education) ได้แก่ หลักพิพัฒนาการ และหลักมนุษยนิยม ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดการเรียนรู้แค่ห้องเรียน แต่สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง ซึ่งการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่น คือการเปิดโอกาสให้เข้าถึงการเรียนรู้ ความหลากหลาย การรับรองผล รูปแบบที่หลากหลาย และความต่อเนื่องตลอดชีวิต พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์แนวคิดจากต่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย รวมถึงหลักการแนวทางของ กสศ.และตัวอย่างการศึกษายืดหยุ่นของไทย เช่น รูปแบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”, การเทียบโอนและธนาคารหน่วยกิต, โรงเรียนมือถือ (Mobile School), ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 พร้อมข้อเสนอแนะในการพัฒนากรอบนโยบายแนวทางการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
นายนรินธรณ์ กล่าวว่า แนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วย “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” เป็นนโยบายสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout) จำนวนกว่าหนึ่งล้านคน มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือผู้มีความบกพร่อง มีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ เน้นการผสมผสานการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยอย่างไร้รอยต่อตอบโจทย์ชีวิต ซึ่งมีการดำเนินงานและบทบาทหน้าที่ของ สพฐ. เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ตำบลต้นแบบการศึกษายืดหยุ่น เป็นโครงการที่เน้นการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ ป้องกันนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ผสานการเรียนรู้กับการทำงานจริงผ่านแนวคิด Learn to Earn และ Credit Bank ซึ่งสะสมหน่วยการเรียนรู้หลากหลายแหล่ง ทั้งสถานประกอบการและภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Mobile School และ Teaching HUB เพื่อให้เข้าถึงสื่อการเรียนรู้คุณภาพสูง การบูรณาการจัดการศึกษาเข้ากับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น การจัดการขยะ ตามหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) และมีการพัฒนา “SELF” ของผู้เรียนผ่าน 3 เสาหลัก คือ Autonomy, Relatedness, และ Competence, เพื่อสร้างความสามารถในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ

จากนั้น การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นในประเด็นสำคัญหลายด้าน เช่น หลักสูตรแกนกลาง, หลักสูตรสถานศึกษาและกิจกรรมเสริมศักยภาพต่างๆ, การวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการเทียบโอนผลการเรียนรู้, การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา, และระบบสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งกลุ่มตามเป้าหมายผู้เรียน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ผู้เรียนที่เสี่ยงหรือผู้เรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา 2. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ (Talent & Gifted) 3. ผู้เรียนทั่วไปในระบบการศึกษา พร้อมทั้งมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญผู้ปฏิบัติงานร่วมนำเสนอประสบการณ์และข้อค้นพบในแต่ละกลุ่ม ซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ สกศ.จะนำไปเป็นข้อสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการทำงานของผู้เรียนต่อไป




