สกศ. เปิดตัว “แผนแม่บทการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์” แนวทางบูรณาการกับวิชาอื่น
วันที่ 8 กันยายน 2568 นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นประธานการสัมมนาวิชาการเพื่อนำแผนแม่บทรายวิชาประวัติศาสตร์ไปใช้เป็นกรอบในการจัดการเรียนการสอน โดยมีครูอาจารย์ผู้สอนวิชาสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 80 คน ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น กรุงเทพมหานคร

นางโชติกา กล่าวว่าการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ทำให้ทราบความเป็นมา อัตลักษณ์และรากเหง้าความเป็นชาติ อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจและการตระหนักในคุณค่าของความเป็นตนเองและความเป็นไทย อีกทั้งวิชาประวัติศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่มีวิจารณญาณ เพราะประวัติศาสตร์มิใช่เพียงเล่าเรื่องหรือเหตุการณ์เท่านั้น หากแต่สอนให้พิจารณาถึงเหตุและผล ความเชื่อมโยงและผลกระทบ ทั้งยังเป็นบทเรียนสำหรับอนาคตที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและความสำเร็จในอดีต ดังพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเอกสารคำสอน ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ย้ำถึงความสำคัญว่าวิชาประวัติศาสตร์ คือ รากแก้วที่จะทำให้ผู้เรียนที่หยั่งรู้อดีต มีฐานคิดที่เข้าใจปัจจุบัน และพร้อมต่อยอดสู่อนาคตโดยไม่ยึดติดกับยุคสมัย
นางสาวกรกมล จึงสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนานโยบายฯ สกศ. และ นางสาวเฉลิมพร ปัญจาสุธารส นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กล่าวว่า แผนแม่บทรายวิชาประวัติศาสตร์มีเป้าหมายให้ระดับประถมศึกษาเข้าใจความเป็นมาของครอบครัวท้องถิ่นและชาติไทย รู้จักใช้ความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อเรียนรู้สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตระหนักในคุณค่าของประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ รู้เท่าทันสังคมการเมืองและเศรษฐกิจของไทยและโลกด้วยความรู้ทางประวัติศาสตร์ สามารถอธิบายและเชื่อมโยงตนเองเข้ากับสังคมโลกด้วยความรู้ทางประวัติศาสตร์ สำหรับเนื้อหามีการปรับปรุงเนื้อหาให้ครอบคลุม 7 สาระการเรียนรู้ ดังนี้ 1. เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ 2. วิธีการทางประวัติศาสตร์ 3.การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ 4. เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ 5. ความเป็นมาของชาติไทย (บุคคลสำคัญ) 6. ความเป็นมาของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในประเทศไทย 7. ภูมิปัญญาไทย โดยแบ่งเป็น 4 ช่วงชั้น คือ ประถมต้น ประถมปลาย มัธยมต้น และ 4 มัธยมปลาย โดยในแต่ละช่วยชั้นเรื่องที่ควรรู้ แนวทางการเรียนรู้ ทักษะที่ต้องการ และผลลัพธ์การเรียนรู้ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงชั้น เช่น ประถมต้น ควรรู้เรื่องเวลา ตัวเอง ครอบครัวและชุมชน ผลลัพธ์ที่ต้องการคือรู้จักตนเอง มีทักษะในการสังเกต ตั้งคำถาม จัดการเรียนรู้เพื่อความสนุก ประถมปลายเพิ่มเนื้อหาเรื่องชาติและประเทศเพื่อนบ้าน แนวการสอนยังเน้นเรียนให้สนุก ทักษะที่ได้คือสามารถเชื่อมโยมตนเองกับผู้อื่น ท้องถิ่นได้ ผลลัพธ์คือมีความภูมิใจในท้องถิ่น มัธยมต้นจะเรียนประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์โลก โดยสอนแบบตามลำดับยุคสมัย แนวจัดการเรียนรู้ให้เข้าใจตนเอง สังคมและโลก ทักษะที่คาดหวัง คือ สามารถตั้งคำถาม สังเกต สืบค้น คิดวิเคราะห์ได้ เป็นต้น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ ตระหนักความเป็นมาของชาติ เข้าใจความเปลี่ยนแปลง มีความเป็นพลเมือง สำหรับมัธยมปลาย การเรียนจะเน้นการใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ เป็นการเรียนเชิงวิเคราะห์วิพากษ์ มุ่งหวังให้มีทักษะในการตั้งคำถาม ยอมรับความแตกต่าง สืบค้นข้อมูลเปรียบเทียบหักล้างได้ เป็นต้น ผลลัพธ์ คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ รู้เท่าปัญหาทางประวัติศาสตร์

ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.เฉลิมชัย พันธุ์เลิศ ผู้อำนวยการสถาบันสังคมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสนอแนวทางการนำแผนแม่บทรายวิชาประวัติศาสตร์ไปใช้สามารถใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น นำเข้าสู่บทเรียน กำหนดเป็นหัวข้อโครงการกิจกรรม เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น ชมรม กิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น ค่าย ทัศนศึกษา หรือสามารถสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น จัดนิทรรศการ การจัดอภิปราย เป็นต้น การศึกษาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นประวัติศาสตร์ในภาพใหญ่เท่านั้น ประวัติศาสตร์เฉพาะเรื่องก็สามารถทำได้ เช่น ประวัติของข้าว ประวัติของสิ่งของ พืชพันธุ์ ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเพณีซึ่งนอกจากจะศึกษาประวัติศาสตร์ไทยแล้วยังเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประเพณีคล้ายคลึงกัน เช่น สงกรานต์ ลอยกระทงในเอเชีย ฯลฯ ปัจจุบันมีการทำหนังสือแล้วเช่น ประวัติศาสตร์ร่วมรากอุษาคเนย์ สาดน้ำสงกรานต์วัฒนธรรมร่วมรากเอเชีย เป็นต้น การสอนประวัติศาสตร์ไม่ควรสอนให้ เกลียดชังกัน แต่ควรแสดงให้เห็นว่าประเทศมีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ การสอนประวัติศาสตร์ยังสามารถบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์กับดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์กับศิลปะ เช่น การปักผ้าด้วยลวดลายเรขาคณิต ประวัติศาสตร์กับดนตรี เช่น การวัดการสั่นสะเทือนของเครื่องดนตรีในวิชาฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์กับการท่องเที่ยว เทคโนโลยี เช่น จังหวัดพิมาย มีความโดดเด่นที่ปราสาทหินพิมาย มีแมวไทยพิมาย นำจุดเด่นนี้มาสร้างเป็นจุดขาย นำแมวมาสร้างเป็น Art Toy นำเสนอเรื่องของจังหวัดพิมาย นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มานำเสนอในรูปแบบของ Graphic designer เกม สมัยใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความน่าสนใจ น่าเรียนรู้ และสร้างรายได้ได้อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยการแบ่งกลุ่มจัดกิจกรรม “แนวทางการจัดทำแผนการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์เชิงสร้างสรรค์” โดย นายสุริยา มนัสสา ครูโรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) นายสิรภพ มูลสวัสดิ์ ครูโรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา และ นายรัฐพงษ์ โพธิรังสิยากร ครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งผู้ร่วมสัมมนาสะท้อนว่าได้รับทั้งความรู้ ความสนุกสนาน แนวทางการจัดการเรียนการสอนที่สามารถนำไปใช้สอนวิชาประวัติศาสตร์และบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี


