สกศ. ประชุมผู้ทรงฯ พิจารณากรอบการประเมินผลการศึกษาแห่งชาติ

image

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นประธานการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา (ร่าง) กรอบการประเมินผลการศึกษาแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.มนตรี แย้มกสิกร นายมารุต จาติเกตุ องค์การยูนิเซฟ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ร่วมประชุมรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวน์ ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ที่ประชุมเห็นด้วยกับกรอบการประเมินการศึกษาแห่งชาติ เพื่อทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมีการเพิ่มรายละเอียดในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูล ความรับผิดชอบของหน่วยงาน และการจัดโครงสร้างกรอบให้เป็นระบบยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนี้

แนวคิดหลักของกรอบฯ ที่มุ่งเน้น "การประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้" (Assessment for Learning) เป็นแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการนำผลการประเมินไปใช้เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง มีการเสนอให้ใช้แนวคิด Assessment as Learning โดยให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินตนเอง เพื่อให้เข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และร่วมกับครูในการวางแผนพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมาย การประเมินภายในโรงเรียน 

ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงกัน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าปัญหาคือข้อมูลการประเมินจากหน่วยงานต่าง ๆ O-NET, V-NET หรือการประเมินในระดับโรงเรียน ไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เพื่อกำหนดนโยบายหรือพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรมีการจัดทำฐานข้อมูลกลาง (Dashboard) เพื่อลดภาระของครูและโรงเรียน และช่วยให้ข้อมูลสามารถนำมาใช้ได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดทำ Matrix/Chart ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ข้อมูลแต่ละระดับเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนสถานศึกษา ครูผู้สอน ต้องการใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

บทบาทของหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการกำหนดความรับผิดชอบ (Accountability) ของหน่วยงานที่ชัดเจน หากไม่สามารถพัฒนาไปตามแผนที่วางไว้ได้ ควรมีการแบ่งระดับการประเมินอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับชั้นเรียน ห้องเรียน สถานศึกษา ระดับชาติ ไปจนถึงระดับนานาชาติ เพื่อให้เห็นภาพรวมและกำหนดบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละระดับได้ชัดเจน ควรมีการพัฒนาครู บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจกระบวนการประเมินเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง รวมถึงทักษะในการให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับการประเมินภายนอกมีคุณภาพจะช่วยลดความจำเป็นของการประเมินภายนอกได้ แต่ยังคงต้องมีการประเมินระดับชาติเพื่อควบคุมมาตรฐานในภาพรวมของประเทศ

กรอบแนวคิดควรเพิ่มรายละเอียดเรื่อง Accountability เรื่องความรับผิดชอบของแต่ละภาคส่วน การจัดโครงสร้างกรอบมาตรฐานเป็นระบบตามหลัก Input-Process-Output-Outcome เพื่อให้มีความชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง แต่ละส่วนควรมีแนวปฏิบัติที่ระบุไว้อย่างชัดเจน และเพิ่มส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน การประเมินในระดับชั้นเรียน เชื่อมโยงกับการจัดการเรียนการสอนอย่างใกล้ชิด ให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องหลักสูตรและกระบวนการสอนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำกรอบด้วย โดยคำนึงถึงบริบท การประเมินไม่ควรซ้ำซ้อนกัน แต่ต้องมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงบริบทของโรงเรียน 

นอกจากนี้ มีการกำหนดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน (Stakeholders) ใครที่จะเป็นผู้ใช้กรอบการประเมิน ครูผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับต่าง ๆ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ภาพรวมของบทบาทและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานและแต่ละบุคคล และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง การปรับเปลี่ยนทัศนคติจากการประเมินเพื่อ "จับผิด" หรือ "ตรวจสอบ" ไปสู่การประเมินเพื่อ "เรียนรู้ร่วมกัน" และ "พัฒนา" จะช่วยลดความกลัวและความกังวล และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบุคลากรทางการศึกษา โดยสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการประเมิน คือการนำไปสู่การกระทำ (Action) และการเรียนรู้ (Learning) เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานอยู่บนพื้นฐานความคิดเดียวกัน และควรมีแนวทางการเชื่อมโยงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ จากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดนโยบายและการพัฒนาได้อย่างครอบคลุม และควรพิจารณาการใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อระบุกลุ่มเสี่ยงหรือจุดอ่อนของนักเรียนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด จะช่วยให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ต้องคำนึงถึงคุณภาพของชุดข้อมูลที่นำมาใช้ในการฝึกฝนด้วย เพราะถ้าข้อมูลไม่มีคุณภาพอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ สำหรับการขับเคลื่อนกรอบการประเมินนี้ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยอาจมีการประเมินผลการใช้กรอบฯ ในระยะ 1-2 ปีแรก เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงให้ดีขึ้น และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสานต่อ และควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด