สกศ. ผลักดัน “MORAL & MIND : คุณธรรมสร้างชาติ พอเพียงสร้างสุข” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กไทยในยุคดิจิทัล
วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ดร.ภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Moral & Mind : คุณธรรมสร้างชาติ พอเพียงสร้างสุข” ภายใต้โครงการประชุมสัมมนาการส่งเสริมคุณธรรมและแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ พลเอกศรุต นาควัชระ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายปริญญวัฒน์ วัชรอาภากร สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องภาณุรังษี โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

ดร.ภูมิพัทธ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบาย ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการบูรณาการคุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมยุคดิจิทัล เสริมสร้างผู้เรียนให้มีทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมโดยมีคุณลักษณะตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ ดังนั้น คุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นรากฐานสำคัญในระดับบุคคลและสังคม ที่สามารถสร้างพลเมืองคุณภาพและรับผิดชอบต่อส่วนรวมนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน


ที่ประชุมรับฟัง การบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาร่วมให้ความรู้และประสบการณ์ในเรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า หัวใจการพัฒนาคือ ความยั่งยืนและพลังความสามัคคี โดยได้ยกพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้จะทำความเจริญแก่ประเทศได้ ต้องมีความเพียร อดทน ไม่ใจร้อน ไม่พูดมาก และไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำได้โดยเข้าใจกัน ทุกคนจะพอใจได้” เพื่อน้อมนำและขยายแนวคิด ดร.วิวัฒน์ ได้ใช้แนวคิดนี้ร่วมกับเครือข่าย ก่อตั้ง "มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ" มีโครงการต่าง ๆ มากมายที่ดำเนินการสานต่อและเผยแพร่ขยายให้กว้างไกลขึ้น พร้อมยกตัวอย่างผลงานที่ได้รับรางวัลจากการน้อมนำแนวคิด เช่น King Bhumibol World Soil Day Award 2023 จากองค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นการเน้นย้ำถึงแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศไทยที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

นายปริญญวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางในการดำเนินชีวิตและบริหารจัดการประเทศ ที่เน้นความพอประมาณ การมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างสมดุล ได้ยกหลักการทรงงาน 27 ข้อ ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางให้ราษฎรนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และโครงการในพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 อีกมากมาย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ ยังได้กล่าวถึงการเสริมสร้างคุณธรรม และความรอบรู้ในทุกระดับ รวมถึงการประยุกต์ใช้หลักการในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เปรียบเทียบผลลัพธ์ของการดำเนินการที่รวดเร็วและล่าช้า พร้อมทั้งยกตัวอย่างการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจด้วย
พลเอกศรุต กล่าวว่า แนวทางเสริมสร้างคุณธรรมเชิงสัมพัทธ์ (Relative Morality) คือ การทำเพื่อตนเองหรือส่วนรวมในระดับที่เล็กกว่าต้องไม่ทำให้ส่วนรวมในระดับที่ใหญ่กว่าเสียหาย หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเยาวชน มีองค์ประกอบสำคัญ ด้านเงื่อนไขคุณธรรม เงื่อนไขความรู้ ภูมิคุ้มกัน โดยมีกระบวนการตัดสินใจ คือ หลักการ ทางเลือก การใช้เหตุผล การตัดสินใจ เน้นการ “สร้างเด็กดีก่อนเด็กเก่ง” ส่งเสริมให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู สอนการมีน้ำใจต่อเพื่อน ใช้คุณธรรมในชั้นเรียน ส่งเสริม “เยาวชนอาสา” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งคุณธรรมไม่ใช่แค่วิชาแต่เป็นวิถีชีวิตที่ครูทุกคนต้องมีส่วนร่วม



ช่วงเสวนาวิชาการ “แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติของสถานศึกษายุคดิจิทัล” โดยมี ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้นแบบ ได้แก่ นางเรืองลอง จิรชีวีวงศ์ โรงเรียนบ้านลาดพร้าว ดร.กันต์ลภัส อชิรปัญญานันท์ โรงเรียนวัดสามง่าม ดร.พัณภัสสา แก้วคำไสย์ โรงเรียนวัดหลักสี่ และดร.วีระชาติ ภาษีชา สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ร่วมให้แนวทางในการดำเนินการจัดการเรียนรู้ ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงการดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน และมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นตามระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และเครือข่ายเชิงพื้นที่ ร่วมออกแบบกิจกรรมที่บูรณาการการส่งเสริมคุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ผู้เรียนในบริบทของสถานศึกษาและเชิงพื้นที่ ให้เห็นภาพรวมของงานได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงร่วมสร้างเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

