สกศ. X กสศ. ถกเข้ม "ครูระบบปิด" ปั้นครูคุณภาพ ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ ดร.ภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเสวนาใต้ชายคา สภาการศึกษา ครั้งที่ 5/2568 เรื่อง ครูระบบปิด ทางออกวิกฤตคุณภาพการศึกษา โดยมี นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาภายนอก นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา พร้อมผู้บริหาร และข้าราชการของสกศ. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรูปแบบผสมผสานออนไลน์และ ออนกราวด์ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

ดร.ภูมิพัทธ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ตระหนักว่าหัวใจสำคัญในการพัฒนาการศึกษา คือ “ครู” เพราะครูไม่ใด้เป็นเพียงผู้ถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้ และผู้ขับเคลื่อนทิศทางการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้า ในบริบทการพัฒนาครูระบบปิดถือเป็นการตอบโจทย์การผลิตครูทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ อีกทั้งช่วยตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพการศึกษาซึ่งเชื่อมโยงกับการสอบ O-NET และ PISA


สำหรับประเด็นในการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาครูระบบปิด ผู้แทนจาก กสศ. ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 1) การผลิตและพัฒนาครูโดยโครงการของรัฐ ประกอบด้วย สมรรถนะร่วม/สมรรถนะเฉพาะของการผลิตและพัฒนาครูจากโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการ สควค. โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โครงการเพชรในตม และโครงการครูรัก (ษ์) ถิ่น เป็นต้น ซึ่งแต่ละโครงการมีกลุ่มเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของผลผลิตและผลลัพธ์ที่มีเงื่อนไขแตกต่างกัน และ 2) สัดส่วนการผลิตและพัฒนาครู ในด้านความสอดคล้องการผลิตครูกับความต้องการของประเทศ พร้อมยกตัวอย่างการดำเนินงานและผลลัพธ์การผลิตครูจากโครงการครูรัก (ษ์) ถิ่น ที่สะท้อนถึงประโยชน์การพัฒนาครูระบบปิดที่เน้นผลิตครูให้ตรงจำนวนความต้องการใช้ครูของสถานศึกษาภาครัฐอย่างแท้จริง อีกทั้งจัดทำระบบ Teacher Profile ซึ่งจัดเป็นระบบติดตามครูหลังบรรจุ เพื่อให้เกิดการพัฒนาครูอย่างยั่งยืน




จากนั้นผู้บริหารและข้าราชการ สกศ. ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการผลิตครู (ระบบปิด) ของประเทศไทย และแนวทางการทำงานร่วมกันในการผลิตและพัฒนาครูของประเทศไทย ในขั้นตอนการผลิตและพัฒนาครูระบบปิด การประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา เครือข่ายในท้องถิ่นเป็นส่วนสำคัญ รวมทั้งการติดตามครูหลังบรรจุ อาจต้องเสริมองค์ความรู้ให้ครูอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแล ช่วยเหลือครู โดยข้อมูลจากการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งหมดนี้ สกศ. และ กสศ. จะนำไปพัฒนาระบบการพัฒนาครูเพื่อปิดช่องว่างให้เกิดการพัฒนาครูที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

