สกศ. เดินหน้าหาแนวทางสนับสนุนทรัพยากรพัฒนาการศึกษาปฐมวัย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
วันที่ 3 กันยายน 2569 นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาปฐมวัย โดยมี นายแพทย์สันติ ลาภเบญจกุล เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม สถานศึกษา พร้อมด้วย นางสาวกิ่งกาญจน์ เมฆา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา และดร.ปัทมา เอี่ยมละออง ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายการเงินการคลังและทรัพยากรทางการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร

นางอำภา กล่าวว่า การศึกษาปฐมวัย (อายุ 0-6 ปี) มีความสำคัญและจำเป็นจึงต้องหาแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองของเด็กมีพัฒนาการสูงสุด ซึ่งส่งผลต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น โดยสกศ. ได้ศึกษาวิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาซึ่งครอบคลุมถึงการศึกษาปฐมวัยมาอย่างต่อเนื่อง แต่การสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่เพียงพอ เท่าเทียม และทั่วถึง ยังคงเป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การจัดประชุมในวันนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ “การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาปฐมวัย” เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และจัดทำแนวทางสนับสนุนทรัพยากรสำหรับการศึกษาปฐมวัยและการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและนโยบายการศึกษาของประเทศต่อไป

ดร.ปัทมา ได้นำเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา โดยได้แสดงให้เห็นถึงช่องว่างจากการลงทุนด้านการศึกษา ทั้งคุณภาพที่สวนทางกับงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพ รวมทั้งขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ โดยช่องว่างในการลงทุนของเด็กปฐมวัย มีทั้งเด็กปฐมวัยยังประสบภาวะทุพโภชนาการและมีพัฒนาการล่าช้า นโยบายเดียวใช้ทุกพื้นที่ ขาดระบบสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรในช่วงแรกคลอดที่เพียงพอและมีคุณภาพ ขาดแนวทางที่ชัดเจนในการสนับสนุนทรัพยากรในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย อายุต่ำกว่า 3 ปี ขาดการบูรณางบประมาณทรัพยากร ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ และขาดข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอและเป็นปัจจุบันสำหรับการกำกับติดตามและประเมินผล ทั้งนี้แนวทางในการลดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา คือ 1) นวัตกรรมความร่วมมือ ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม 2) การจัดสรรทรัพยากร ปรับสัดส่วนรายจ่ายงบประมาณและปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ และ3) โปร่งใสและรับผิดชอบ ด้วยการพัฒนาระบบกำกับติดตาม ประเมินผล

นายแพทย์สันติ บรรยายเรื่อง “การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาปฐมวัย” โดยนำเสนอภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญต่อการวางรากฐานการเรียนรู้และพัฒนาการ ต้องมีการพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพในทุกด้าน อาทิ สุขภาพ การเจริญเติบโต โภชนาการ การเรียนรู้ รวมทั้งเด็กทุกคนต้องเข้าถึงคุณภาพการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเด็กยากจน เด็กชายขอบ เด็กพิการ และมีการสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน ซึ่งการลงทุนเพื่อเด็กปฐมวัยมิได้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างทุนมนุษย์และวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาคุณภาพคนในระยะยาว โดย 5 มิติที่จะทำให้เด็กปฐมวัยมีผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว คือ ทักษะทางสมอง ที่รู้จักควบคุมแรงกระตุ้น ยืดหยุ่นทางความคิด, ควบคุมพฤติกรรมตนเอง สามารถรอคอยได้ ทำกิจกรรมจนจบ, อารมณ์-สังคม เข้าใจอารมณ์ตนเอง เห็นใจผู้อื่น, School readiness การรับรู้ตัวอักษร ภาษา คำศัพท์ เสียง, แรงจูงใจในการเรียนรู้ มีความสนใจใคร่รู้ ความเพียรพยายาม




จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ในการดำเนินงาน ทั้งเรื่องสภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายและการสนับสนุน การร่วมทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาปฐมวัย เพื่อหาแนวทางสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาปฐมวัย โดยองค์ความรู้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ สกศ. จะนำไปเป็นประกอบการวิเคราะห์และจัดทำแนวทางเพื่อลดช่องว่างด้านทรัพยากร ตลอดจนพัฒนาระบบการสนับสนุนทรัพยากรสำหรับการศึกษาปฐมวัยให้มีความเหมาะสม เพียงพอ เท่าเทียม และตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยของประเทศต่อไป

