สกศ. เร่งเตรียมความพร้อมไทยเจ้าภาพ โต๊ะกลมไทย–รัสเซีย ครั้งที่ 7 ดันการศึกษาผู้มีความสามารถพิเศษสู่สากล
วันที่ 1 กันยายน 2569 ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะทำงาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประชุมโต๊ะกลมไทย – รัสเซีย ครั้งที่ 3/2569 โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในคณะทำงานจัดการประชุมโต๊ะกลมไทย – รัสเซีย ครั้งที่ 7 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


ที่ประชุมรับฟังความก้าวหน้าการเตรียมการจัดประชุมโต๊ะกลมไทย - รัสเซีย ครั้งที่ 7 ที่มุ่งเน้นความร่วมมือด้านการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษและการวิจัย ครอบคลุมการทบทวนความร่วมมือทางวิชาการที่ผ่านมา ได้แก่ การประสานงานขอคำแนะนำจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหพันธรัฐรัสเซีย เกี่ยวกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญของรัสเซีย เช่น การคัดเลือกสถาบันเครือข่ายด้านดนตรี ศิลปะการแสดงและกีฬา รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานรัฐรัสเซียผ่านกรอบ G2G เพื่อความร่วมมือระหว่างสถาบันต่อสถาบัน ซึ่งมีความคล่องตัวและเฉพาะเจาะจง



จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะการเตรียมงานสำหรับการประชุมใน 2 เรื่องสำคัญดังนี้ 1. การกำหนดหัวข้อหลัก (Theme) การประชุม โดยเน้นหัวข้อที่เปิดกว้างแต่มีขอบเขตที่ชัดเจน ซึ่งมีข้อเสนอหัวข้อที่น่าสนใจ ครอบคลุม 3 จุดเน้น คือ การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษและความสามารถที่หลากหลาย การพัฒนาทักษะและสติปัญญาที่หลากหลาย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคล โดยที่ประชุมร่วมให้ข้อคิดเห็นอย่างเข้มข้นต่อการกำหนดหัวข้อหลัก (Theme) เพื่อให้ครอบคลุมการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างรอบด้านและสอดคล้องกับบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป 2. การกำหนดวันจัดงานในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 ในรูปแบบการประชุมแบบผสมผสาน (Hybrid Meeting) ทั้งออนไซต์และการถ่ายทอดสดเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง และการเตรียมระบบแปลภาษา 3 ภาษา ได้แก่ ไทย รัสเซีย อังกฤษ เพื่อรองรับระบบสนับสนุนทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะทำงานการประชุมโต๊ะกลมไทย – รัสเซีย ในครั้งต่อไป ในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเข้มแข็งสำหรับประเทศไทยในบทบาทเจ้าภาพจัดการประชุมฯ


โดยการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนสร้างกลไกหลักในการวางรากฐานการพัฒนาทุนทางปัญญาของประเทศในอนาคตต่อไป

