ไทยเดินหน้าประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 ระดมไอเดียภาคี ถกกลไกเชื่อมโยงคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนยุคดิจิทัล

image

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับ 10 หน่วยงานภาคีเครือข่าย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 17th ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF) Committee Meeting and Related Meetings) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2569 โดยมี คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุมในวันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและระดมความคิดเห็นกลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายตามกรอบความร่วมมือและข้อตกลงระดับภูมิภาค ผ่านการพิจารณาประเด็นด้านการรับรองคุณวุฒิในรูปแบบดิจิทัล (DRQ: Digital Recognition of Qualifications) เพื่อเพิ่มความคล่องตัว โปร่งใส และความสะดวกในการตรวจสอบคุณวุฒิ การส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพ (PQAP: Promoting Quality Assurance Principles) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานร่วมกันระหว่างระบบการศึกษาของประเทศสมาชิก และการเทียบเคียง AQRF กับกรอบคุณวุฒิของภูมิภาคอื่น/ประเทศที่สาม (TPC: Third Party Comparison) เพื่อสร้างเกณฑ์ตรวจสอบที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าสำคัญในการจัดทำรายงานอ้างอิงกรอบคุณวุฒิของประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา รวมถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเกณฑ์ AQRF Criterion 11 ซึ่งมุ่งเน้นการเชื่อมโยงและระบุระดับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ในใบรับรองคุณวุฒิ

จากนั้นที่ประชุมหารือความช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกับการอ้างอิงและผลลัพธ์การเรียนรู้ ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการศึกษา (Education Technology) การพิจารณาร่างแผนงาน AQRFC ปี 2025 – 2030 ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับสภาการอาชีวศึกษาแห่งอาเซียน (ASEAN TVET Council: ATC) และสำนักเลขาธิการ AQRF เพื่อวางทิศทางขับเคลื่อนยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนอาเซียนให้พร้อมรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่และการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของประเทศไทย ภายหลังการเทียบเคียงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1) การนำระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ทั้ง 8 ระดับมาใช้พัฒนาหลักสูตร ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ ฝีมือแรงงาน และความต้องการของตลาด เพื่อเปิดเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านหลักสูตรอาชีวศึกษา หลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ และ Micro-credentials ร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้แก่ สอศ. พัฒนาหลักสูตร ปวช. 69 สาขา, ปวส. 107 สาขา, ปริญญาตรี 173 สาขา และหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะนำร่อง 40 หลักสูตร / สกร. พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนตาม NQF 13 หลักสูตร และรับการประเมินตามมาตรฐานอาชีพ 80 หลักสูตร / สช. พัฒนาหลักสูตรต้นแบบโรงเรียนเอกชนนอกระบบ 49 หลักสูตร และ สพฐ. พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น 4 หลักสูตร ซึ่งมีผู้สนใจเข้าเรียนกว่า 5,200 คน และสำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 2,100 คน

2) การรับรองและขึ้นทะเบียนหลักสูตร ซึ่งมี NQF เป็นกลไกกลางเชื่อมโยงข้อมูลสู่ NQF Dashboard เพื่อรองรับการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ประเมินความสอดคล้อง 15 ประเด็นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีหัวใจสำคัญ คือ การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องตามระดับ NQF และเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ/มาตรฐานอื่น ๆ

3) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพคุณวุฒิตาม NQF ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางดังกล่าว โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานด้านการศึกษา ด้านแรงงาน ด้านมาตรฐานอาชีพ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบคุณวุฒิไทยให้มีมาตรฐาน เชื่อมโยง และได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

นอกจากนี้ ช่วงค่ำ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวต้อนรับในงานเลี้ยงคณะกรรมการ AQRF ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแสดงความขอบคุณผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ การประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 จะดำเนินต่อเนื่องในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นวันสุดท้าย เพื่อสรุปข้อตกลงและแนวทางขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียนร่วมกันต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด