กมธ.การศึกษา จับมือ สกศ. ดีไซน์ พ.ร.บ.ใหม่ ปลดล็อก “เครดิตแบงค์” สู่ระบบการศึกษาที่ทำได้จริง

image

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายมารุต ทรรศนากรกุล และนายปรินทร์ จิระภัทรศิลปะ  ผู้แทนคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และนายชาญชัย มาณจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาและวินิจฉัยกฎหมาย ประชุมหารือการปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายที่มุ่งยกระดับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) สู่การเป็นวาระแห่งชาติ ชูธงเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาไทยในศตวรรษหน้าให้ยืดหยุ่น (Flexible) และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ ห้องประชุม ภุชงค์ เพ่งศรี สกศ.

ที่ประชุมร่วมกันจินตนาการโครงสร้างกฎหมายใหม่ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยเสนอสมการกฎหมายสำคัญ 3 ด้าน 1. ยกระดับเป็นบอร์ดถาวรระดับชาติ (พ.ร.ฎ.) จากเดิมที่คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติตั้งขึ้นตามมติ ครม. ทำให้งานขาดความต่อเนื่องเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล จึงเสนอให้เขียนล็อกหลักการไว้ใน พ.ร.บ.แม่บท (ธรรมนูญการศึกษา) แล้วออกกฎหมายรองรับในระดับ พ.ร.ฎ. เพื่อตั้งบอร์ดถาวรที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คุมกลไกตัดข้ามกระทรวง ศธ. อว. มท. แรงงาน โดยให้บอร์ดใหญ่มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเฉพาะด้านเพื่อลดความซับซ้อน 2. ดาบอาญาสิทธิ์ทางการเงิน (Financial Gatekeeper) เขียนมาตราระบุให้ สกศ. มีอำนาจตรวจสอบและให้ความเห็นชอบแผนงาน/งบประมาณด้านหลักสูตรและการวิจัยของหน่วยงานปฏิบัติการก่อนเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหางานวิจัยซ้ำซ้อน และใช้กลไกงบประมาณตามตัวผู้เรียน (Money Follows the Learner) ดึงดูดให้แต่ละแท่งยอมแชร์ข้อมูลกันผ่านระบบดิจิทัล และ 3. ศูนย์ข้อมูลกลางระดับชาติ (National Data Pool) บัญญัติมาตราราชการบังคับให้สถานศึกษาทุกสังกัด ต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้เรียน เข้าสู่ศูนย์กลาง และรับรองสิทธิ์ผู้เรียนในการสะสมแต้มโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เครดิตแบงค์เข้าถึงกลุ่มประชาชนที่เปราะบางได้อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ กมธ.การศึกษา สะท้อนว่า ปัญหาหลักคือการขาดข้อมูลที่ย่อยง่าย ดังนั้น สกศ. จึงเตรียมสรุปประเด็นสำคัญจบในหน้าเดียว ควบคู่กับคู่มือ 5 คำถามประเด็นสำคัญ (Executive Q&A) เพื่อใช้อธิบายหลักการให้เข้าใจตรงกัน 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด