สกศ.ปลุกพลังสร้างสรรค์ด้วย “Story Pop” เมื่อบอร์ดเกมกลายเป็นเครื่องมือปั้นทักษะแห่งอนาคต

image

วันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569  ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา เป็นประธานเปิดกิจกรรม POP the Class: ระเบิดไอเดียการสอน สร้างห้องเรียนสุดสร้างสรรค์ โดยมีวิทยากรจากทีม Spark JOY และมีผู้ทรงคุณวุฒิ ดร. รังสรรค์ มณีเล็ก อนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านวิจัย เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมด้านการศึกษา สกศ. เข้าร่วมกิจกรรม มีครูผู้สอนเข้าเข้าร่วมเวิร์คชอปต่อยอดงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน จำนวน 59 คนที่ได้คัดเลือกจากแผนการสอนที่เข้มข้นจากทั่วประเทศทั้ง 6 สังกัด ได้แก่ สพฐ. สถ. สช. สกร. สอศ. และ อว. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้มาจากรากฐานงานวิจัยระดับชาติเรื่อง “ทักษะแห่งอนาคต” โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้นำเสนอชุดทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนไทยและผ่านมติเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาการศึกษาในระดับชาติมาแล้ว โดยมุ่งเน้นที่ทักษะสำคัญ 3 ด้าน คือ ความคิดสร้างสรรค์ Creative Thinking ความฉลาดรู้ Literacy และความฉลาดรู้ทางดิจิทัล Digital Literacy หัวใจหลักของกิจกรรมคือ การใช้แนวคิดบอร์ดเกมที่เรียกว่า “สตอรี่ป๊อป” (Story Pop) มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ โดยระยะแรกคุณครูทั้ง 59 ท่าน จะได้ทดลองใช้เครื่องมือจริง สัมผัส Mock-up การ์ดเกมที่ผ่านการทดสอบกับเด็กและนักวิชาการ จะได้นำไปปรับใช้ตามบริบท เรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนเกมให้เข้ากับข้อจำกัดและแผนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละห้องเรียน คุณครูจะระเบิดไอเดียร่วมกัน และออกแบบวิธีการสอนที่ทำให้การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป สำหรับก้าวต่อไปจะมีการรับอาสาสมัครทดลองใช้เครื่องมือในห้องเรียนจริงของคุณครูกับกลุ่มผู้เรียน (Field Test) โดยจะมีคู่มือและการประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนว่าบอร์ดเกมชุดนี้สามารถช่วยพัฒนาทักษะทั้ง 3 ด้านได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงทักษะบอร์ดเกมเข้ากับโลกดิจิทัล เป้าหมายคือการเห็นความก้าวหน้าของลูกศิษย์ ผ่านการเรียนรู้ที่สนุกและจับต้องได้

นายศุภเกียรติ คุ้มหอยกัน ทีม Spark JOY กล่าวว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัย Safe Zone ครูต้องทำให้เด็กกล้าที่จะบอกว่าตัวเองไม่รู้และกล้าถามเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน และพลังแห่งความเงียบ (Wait Time) ครูควรรอให้เด็กใช้ความคิดและตั้งข้อสังเกต ไม่ปิดกั้นความสงสัย นอกจากนี้ การออกแบบห้องเรียนที่เน้นความสนุกจะสร้างความสุขให้ทั้งครูและผู้เรียนร่วมกัน ทำให้เด็กได้รู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้ การตอบสนองต่อคำถามช่วยต่อยอดไอเดียและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีสามารถต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ให้กับผู้เรียนได้ทันที ดังนั้น ห้องเรียนที่มีชีวิตชีวาเกิดจากความตั้งใจของครูในการสร้างพื้นที่ให้เด็กกล้าเป็นตัวของตัวเอง และห้องเรียนนั้นจะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีชีวิตชีวาได้อย่างแท้จริง

จากการนำเสนอความคิดเห็นครูในประเด็น “ห้องเรียนปัง” คือ พื้นที่แห่งความสุขและความรู้ที่เน้นให้ ครูเป็นโค้ชและกัลยาณมิตร ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้เด็กกล้าคิดกล้าถาม และแสดงออกอย่างมั่นใจ โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ใช้สื่อทันสมัยให้เด็กได้ลงมือทำจริง เชื่อมโยงสู่ทักษะชีวิต (Lifelong Learning) และใช้การเล่าเรื่องเชิงบวก (Storytelling) สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนอยากพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับโลกยุคใหม่

กิจกรรม Storytelling Game “Story POP” การเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์การผสมผสานระหว่าง Game-Based Learning ใช้เกมเป็นเครื่องมือ และ Gamification ใช้กลไกเกมเพื่อจูงใจให้ปรับพฤติกรรม เช่น การสะสมแต้มและลำดับที่เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม โดยมีอุปกรณ์การเล่น การ์ดสถานการณ์ POP Card  การ์ดธีมการเล่า การ์ดลำดับ การ์ดเปล่าประเภทต่าง ๆ สำหรับสร้างสรรค์ได้เอง และเหรียญคะแนน สำหรับใช้โหวต ใช้เวลาเล่น 20 นาทีต่อรอบ ขั้นตอนจะแจกการ์ดสัญลักษณ์ให้ผู้เล่นคนละ 5 ใบ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่อง และเหรียญคะแนนคนละ 4 เหรียญตามจำนวนรอบ วิธีการเล่นจะเปิดสถานการณ์ 1 ใบ เพื่อให้ทุกคนเห็นโจทย์เดียวกัน จะมีช่วงเวลาสร้างสรรค์ให้ผู้เล่นแต่ละคนเลือกการ์ดในมือ 1 ใบ เพื่อเตรียมเล่าเรื่องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ได้รับมากที่สุด มีกลไก Gamification เรื่อง Time Pressure และลำดับเรื่องราวเมื่อหมดเวลา ให้ทุกคนหยิบการ์ดเพื่อดูว่าใครจะได้เล่าก่อน-หลัง การตัดสินมาจากการลงคะแนน เมื่อเล่าครบแล้วให้ทุกคนโหวต และมอบเหรียญคะแนนให้แก่เรื่องราวที่ประทับใจที่สุด ดังนั้นเกมส์นี้สะท้อนให้เห็น หัวใจของ "Story Pop" ไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนาน แต่คือการใช้กลไกเกมเป็นตัวช่วยลดความประหม่า เพื่อให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และฝึกทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีชีวิตอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการฝึกทักษะการเป็นครูโค้ชพัฒนาห้องเรียนสุดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรม Coaching teacher Simulation, Grow Model, Active Listening, The Power of Question, สร้างแผนการประยุกต์ใช้บอร์ดเกม Story POP เพื่อนำไปปรับใช้ในห้องเรียน เป็นต้น  

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด