สกศ. X ยูนิเซฟ เร่งผลักดันรายงานสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย
วันที่ 30 เมษายน 2569 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณา (ร่าง) รายงานสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย โดยมี Ms.Severine Leonardi รองผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพมหานคร


ดร.สุภชัย กล่าวว่า เด็กปฐมวัย คือ ช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของชีวิต และกำหนดคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จึงได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดการจัดทำรายงานสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยขึ้นมา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ ครอบคลุม เป็นปัจจุบัน เพื่อนำไปออกแบบนโยบายหรือแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง

Ms.Severine และนางนภัทร กล่าวว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีช่องว่างในหลายเรื่อง เช่น เรื่องของความเหลื่อมล้ำ เด็กกลุ่มเปราะบาง ทางองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และสกศ. จึงได้ร่วมกันสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการจัดทำรายงานฯ ฉบับนี้ขึ้นมาโดยความร่วมมือจากคณะนักวิจัยจาก 3 มหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างรอบด้าน การประชุมในวันนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ความคิดเห็นของทุกท่านจะได้นำไปแก้ไข ปรับปรุงรายงานฯ ฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเด็กปฐมวัยต่อไป


จากนั้นคณะนักวิจัยได้กล่าวถึงสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยว่า ปัญหาการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันในทุกระดับ ทั้งช่องว่างของกฎหมาย ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย การขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการจัดบริการ และผลลัพธ์ด้านพัฒนาการเด็กที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งแนวทางที่ประเทศไทยควรดำเนินการคือ การปฏิรูปเชิงระบบที่ครอบคลุมทั้งกรอบกฎหมาย กลไก การประสานงานระหว่างหน่วยงาน คุณภาพการให้บริการ และสภาพแวดล้อมของครอบครัวและชุมชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของชีวิต ดังนั้น การลงทุนในเด็กปฐมวัยจึงมิใช่เพียงภารกิจทางสังคม หากแต่เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อสร้างรากฐานทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งสำหรับอนาคตของประเทศไทย

ช่วงบ่ายเป็นการแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็น 3 กลุ่มย่อย เพื่อร่วมกันพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง (ร่าง) รายงานสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย เพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้จากวงประชุมไปสังเคราะห์ ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมสาระสำคัญเพื่อให้ (ร่าง) รายงานสภาวการณ์การดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยมีความสมบูรณ์มากที่สุดต่อไป


