สกศ. พัฒนาครูผ่าน “การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI” ยกระดับทักษะครูสู่สมรรถนะวิจัยเด็กไทย ครั้งที่ 4 จังหวัดน่าน
วันที่ 24 เมษายน 2569 ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา เป็นประธานการฝึกอบรมครู เรื่อง การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI เพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ในพื้นที่นำร่อง 4 ภูมิภาค ครั้งที่ 4 จังหวัดน่าน โดยมี ดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบน ให้เกียรติเป็นวิทยากร พร้อมด้วย ครู ผู้สอน และศึกษานิเทศก์ ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดน่าน จำนวนกว่า 70 คน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องภุชงค์ เพ่งศรี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ควบคู่กับการอบรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า สกศ. ได้เริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สอนผ่านกระบวนการเรียนรู้ฐานวิจัยเพื่อปลูกฝังทักษะการค้นคว้าและทัศนคติเชิงบวกให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยหัวใจสำคัญของการอบรม คือการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับขั้นตอนการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดแก่ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ซึ่งการดำเนินงานมุ่งเน้นการขยายผลจากการทดลองนำร่องไปสู่กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้สามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน เปรียบเสมือนการติดอาวุธให้กับครูผู้สอนทั่วประเทศ รวมถึงสร้างนักวิจัยรุ่นเยาว์ที่มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตผ่านการสนับสนุนจากครูผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นรูปธรรม โดยการดำเนินงานอยู่ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษา ได้แก่ สกศ. และ สพฐ. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการศึกษาไทยให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน


ดร.พิรุณ ได้บรรยายแนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน และคำถามที่ว่า “สอนอย่างไรให้เด็กมีสมรรถนะวิจัย” โดยได้ถ่ายทอดองค์ประกอบของสมรรถนะวิจัย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะวิจัยที่สมบูรณ์ ซึ่งมีเทคนิคสำคัญ 5 ขั้นตอนหลัก ที่ได้สอดแทรก “แนวทางการใช้ AI” เข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ ดังนี้ ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามนำการเรียนรู้ เช่น การพาไปสำรวจพื้นที่ บริเวณโรงเรียน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตั้งคำถามจากสิ่งรอบตัว ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ เช่น การทดลอง การสัมภาษณ์ ผ่านการลงมือทำจริงอย่างเป็นระบบเพื่อหาคำตอบ ครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นที่ 3 สร้างสื่อนำเสนอเพื่อต่อยอดความรู้ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI มาช่วยในการสร้างสรรค์สื่อหลากหลายรูปแบบ ขั้นที่ 4 สื่อสารนำเสนอ เป็นการสื่อสารผลลัพธ์ของการศึกษาค้นคว้าให้มีความชัดเจน ต่อยอดความรู้โดยใช้แบบจำลองทางความคิด ขั้นที่ 5 สรุปสะท้อนผล เพื่อให้นักเรียนสามารถประเมินการเรียนรู้ของตนเองได้ภายใต้การชี้แนะของครูผู้สอน

จากนั้น ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมกันออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานวิจัย โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์จำลองใน 4 เรื่อง ซึ่งมีหลักการสำคัญในการให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองก่อนจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับความรู้แนวทางการบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับกระบวนการวิจัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาทักษะของครูผู้สอน ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่และการเรียนรู้เชิงรุก ซึ่งหลังจากการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสะท้อนผลจากการนำไปปฏิบัติจริงในห้องเรียน ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) บนช่องทางออนไลน์ Facebook : เครือข่ายเยาวชนนักวิจัย ที่ https://www.facebook.com/share/18gKJnDnbA/ และบุคคลทั่วไปสามารถศึกษาความรู้ได้ที่แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เช่นกัน ทั้งนี้ สกศ. จะทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการขยายผลการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับทักษะครูสู่สมรรถนะวิจัยสำหรับเด็กไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต

