สกศ. เปิดเวทีหารือ (ร่าง) กรอบการประเมินผลการศึกษาแห่งชาติ ชูระบบประเมินมาตรฐานสากล รองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD
วันที่ 20 เมษายน 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบนายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการศึกษา เป็นประธานการประชุมหารือผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อขอคำปรึกษา ให้ข้อคิดเห็นในการพิจารณา (ร่าง) กรอบการประเมินผลการศึกษาแห่งชาติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.พีระพล พูลทวี อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดร.เกศรา อมรวุฒิวร ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษา นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ TDRI นางสาวภัทรพร เล้าวงค์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย กสศ. อปท. สสช. สทศ. สมศ. สสวท. และหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สกศ.

เนื่องจากประเทศไทยอยู่ระหว่างการเข้าเป็นสมาชิก OECD (OECD Accession) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนา “กรอบการประเมินผลการศึกษาแห่งชาติ” เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการประเมินตนเองตามมาตรฐานสากล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการเรียนรู้ของระบบ (Learning System) มากกว่าการเป็นเพียงกลไกตรวจสอบ โดยกรอบการประเมินนี้จะทำหน้าที่เป็น "กรอบกลาง" ที่เชื่อมโยงการประเมินทุกระดับ ตั้งแต่ปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุม 5 ระดับการประเมินตั้งแต่ ผู้เรียน ห้องเรียน สถานศึกษา พื้นที่/หน่วยงานต้นสังกัด และระดับชาติ ผ่านการประเมินแบบ Assessment + Evaluation + Monitoring + Quality Assurance ที่เชื่อมโยงกัน โดยมี 3 ตัวชี้วัดความสำเร็จคือ ความสอดคล้องบูรณาการของระบบ การใช้ผลเพื่อพัฒนา และสะท้อนคุณภาพและความเสมอภาค เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ในปี พ.ศ. 2574 คือ ระบบการประเมินผลแห่งชาติเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและความเท่าเทียมของสังคมไทย ด้วยการประเมินที่เที่ยงธรรม เป็นอิสระ และมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะของผู้เรียนในทุกระดับ ทุกพื้นที่ ทุกหน่วยงานทั้งระดับภูมิภาคและระดับชาติ




ที่ประชุมร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการเพื่อปรับปรุง (ร่าง) กรอบการประเมินผลแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่กำหนดทิศทาง มาตรฐาน และหลักเกณฑ์การประเมินให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความชัดเจน การลดความซ้ำซ้อน การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นระบบเดียวที่เกื้อหนุนกัน สิ่งสำคัญคือการกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่าประเมินเพื่ออะไร และใครเป็นผู้ใช้ผล เพื่อไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น นอกจากนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอให้มีการทำโครงการนำร่องระยะยาว (Long Pilot) เพื่อช่วยให้เห็นถึงปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดในเชิงปฏิบัติ รวมถึงการปรับความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่การเร่งประกาศใช้และขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติต่อไป

