สกศ. ระดมสมองภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบไร้รอยต่อ ยกระดับศักยภาพ “วัยแรงงาน”

image

วันที่ 9 เมษายน 2569 นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคน : วัยแรงงาน เพื่อบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ ทั้งด้านนโยบาย กลไกการพัฒนาทุนมนุษย์และทรัพยากรของหน่วยงาน โดยมี ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสภาการศึกษา ให้เกียรติเป็นวิทยากร นางสาวกิ่งกาญจน์ เมฆา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. พร้อมผู้บริหาร อาจารย์ ผู้แทนจากหน่วยงานภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร

นางอำภา กล่าวว่า ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ ทำให้ฐานความรู้ในแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการศึกษาแห่งชาติที่มุ่งหมายให้ประชากรไทยเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ อีกทั้งช่วงวัยแรงงานเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นการพัฒนาทักษะจะช่วยให้เกิดกำลังคนที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการแต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่ายังขาดความเชื่อมโยงเชิงระบบในการบูรณาการการส่งเสริมการเรียนรู้ของหน่วยงานในประเทศไทย อันส่งผลให้ประชากรวัยแรงงานเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ดร.ชัยยศ ได้ชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันพลวัตด้านการศึกษาของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อองค์ความรู้จากระบบการศึกษาในรูปแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต อีกทั้งบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีส่วนสำคัญในสังคม ดังนั้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงเป็นทักษะที่ต้องเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงใน 2 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ในการวางบทบาทและกลไกในการเสริมทักษะให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และ การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) ควรส่งเสริมทักษะอาชีพพร้อมสร้างสุขภาวะและคุณภาพที่ดี เพื่อให้ประชากรสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลในสังคมที่มีการแข่งขันในการทำงานสูง

ต่อมาที่ประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคนในวัยแรงงาน สำหรับบทบาทการดำเนินการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวัยแรงงาน ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างโลกการศึกษาและการทำงาน โดยต้องปูพื้นฐานทักษะที่จำเป็นก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ด้านสถานศึกษามีการปรับหลักสูตรให้เป็นฐานสมรรถนะ (Competency-based) ตั้งแต่ต้นน้ำ ร่วม MOU กับสถานประกอบการให้ผู้เรียนได้ฝึกวิชาชีพ มุ่งเน้นจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทความต้องการตลาดแรงงาน อีกทั้งมีการสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้คนทุกช่วงวัยสามารถเข้าอบรม Upskill / Reskill ด้านหน่วยงานนโยบายและฝ่ายสนับสนุนการศึกษาพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) โดยผสานความร่วมมือทั้งสถานศึกษา (อุดมศึกษา/อาชีวศึกษา/สกร.) และสถานประกอบการ ไปใช้เป็นกลไกการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวัยแรงงาน ให้วัยแรงงานได้นำประสบการณ์เทียบเคียงสมรรถนะและเก็บสะสมหน่วยกิตสู่การได้ใบคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพ

ด้านสถานประกอบการได้สะท้อนจุดอ่อนเกี่ยวกับทักษะของแรงงานไทย พบว่า มีทักษะทางด้านภาษาที่สองไม่ดีนัก ขาดทักษะด้าน Wellness  และ Soft Skills ที่จำเป็นต่อการทำงาน ในด้านของการใช้ดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI (AI Literacy) เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทำให้ในบางสถานการณ์ทำให้แรงงานบางส่วนถูกนำออกไปจากสถานประกอบการ ซึ่งจากการสะท้อนของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนี้  ต้องเกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของหน่วยงานทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำหรือก่อนผู้เรียนเข้าสู่วัยแรงงานไปสู่ปลายน้ำหรือสถานประกอบการ การจัดให้มีศูนย์กลางรวบรวมแหล่งการเรียนรู้ของหน่วยงานด้านการศึกษา รวมทั้งการปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ผลจากการระดมความคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนภาพรวมเชิงระบบของการเรียนรู้ตลอดชีวิตในประเทศไทย โดย สกศ. จะรวบรวมข้อมูลไปสังเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด