สกศ. X สพฐ. อบรมออนไลน์ มุ่งยกระดับครูผ่าน "การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI" ครั้งที่ 2 ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 9 เมษายน 2569 ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา เป็นประธานการฝึกอบรมครู เรื่อง การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI เพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ครั้งที่ 2 พร้อมด้วย ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. ดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบน ครูและศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมอบรมรูปแบบออนไลน์

ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า สกศ. เล็งเห็นความสำคัญในการปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกแก่ผู้เรียน ซึ่งการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้สอนสามารถนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยไปบูรณาการกับหลักสูตรการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่อปลูกฝังและสร้างทักษะการวิจัยให้กับผู้เรียนได้ โดยการดำเนินงานฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการที่ สกศ. เคยดำเนินการนำร่องในการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะนักวิจัยรุ่นเยาว์ที่ผ่านมา ดังนั้นในครั้งนี้จึงเป็นการขยายผลสู่กลุ่มครูที่จะเป็นบุคคลสำคัญในการดำเนินการขับเคลื่อนการนำการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเข้าไปสู่ชั้นเรียน ซึ่งจุดเน้นเพิ่มเติมในครั้งนี้คือ “การเชื่อมโยงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับกระบวนการต่าง ๆ เพื่อนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการเรียนรู้ของทั้งครูและผู้เรียน” ต่อไป
ดร.พีรานุช กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันด้านวิกฤติพลังงานทำให้ต้องปรับแผนการฝึกอบรมจากลงพื้นที่เป็นรูปแบบออนไลน์ จากการฝึกอบรมครั้งที่ผ่านมาพบว่าการบรรยายของวิทยากรเป็นประโยชน์กับครูมาก เป็นการเตรียมพร้อมให้ครูพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด ตั้งแต่การตั้งคำถาม การสืบค้นข้อมูล และการหาคำตอบ ดังนั้น การปลูกฝังสมรรถนะการวิจัยจึงไม่ใช่แค่การสอนให้เด็กทำรายงาน แต่เป็นการบ่มเพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาให้กับผู้เรียน รวมทั้งปัจจุบันเข้าสู่ยุค Generative AI ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญทางปัญญาที่เปลี่ยนการเรียนรู้ของมนุษย์ การนำ AI มาใช้ จะช่วยในการเป็นโค้ชส่วนตัว และขยายขีดความสามารถนักเรียนให้กว้างขึ้น หัวใจของการผสาน AI คือ ครูต้องนำทางอย่างชาญฉลาด สอนให้เด็กรู้เท่าทัน AI และใช้ในการต่อยอดความคิดอย่างแท้จริง และได้เน้นย้ำว่า สพฐ.หวังว่าครูจะนำไปใช้และต่อยอดให้เกิดผลจริงในห้องเรียน และฝากถึงเพื่อนครูทุกท่านให้เรียนรู้อย่างมีความสุข ฝึกปฏิบัติการใช้ AI ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อจะทำให้ห้องเรียนเปี่ยมไปด้วยการเรียนรู้ที่มีความหมาย ทำให้เรื่องวิจัยเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงต่อไป

ดร.พิรุณ วิทยากรหลักของการฝึกอบรม ได้ถ่ายทอดแนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย ได้ให้ข้อมูลต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมว่า กระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสมรรถนะการวิจัย เพื่อตอบข้อคำถามที่ว่า “สอนอย่างไรให้เด็กมีสมรรถนะวิจัย” มีเทคนิค 5 ขั้นตอน คือ 1) ตั้งคำถามนำเรียนรู้ จุดเริ่มต้นของการให้เด็กเกิดการตั้งคำถามควรเป็นบริบทรอบตัวเด็ก อาทิ พาไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง บริเวณโรงเรียน เพื่อให้มีสถานการณ์ที่จะทำให้เด็กเกิดความสงสัย 2) แสวงหาความรู้ โดยใช้วิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อหาคำตอบ เช่น ทดลอง สัมภาษณ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ ขั้นนี้ครอบคลุมองค์ประกอบการวิจัยตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล 3) สร้างสื่อนำเสนอและต่อยอดความรู้ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เด็กเกิดความชัดเจนในคำตอบการวิจัยที่ได้มา โดยสามารถสร้างสื่อหลากหลายรูปแบบเพื่อนำเสนอผลการวิจัย 4) สื่อสารนำเสนอ เป็นการอธิบายความรู้และแนวทางการต่อยอดความรู้โดยใช้แบบจำลองทางความคิดที่สร้างขึ้น และ 5) สรุปสะท้อนผล โดยตั้งคำถามเพื่อประเมินการเรียนรู้ของตนเอง โดยครูจะทำหน้าที่ตั้งคำถามสะท้อนความคิดและตั้งคำถามย่อยที่เกิดขึ้นจากประเด็นคำตอบของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนประเมินความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของตนเองได้

จากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมวิเคราะห์ตัวอย่างงานวิจัยของผู้เรียนเพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานวิจัย โดยทีมวิทยากร ซึ่งมีการนำตัวอย่างสถานการณ์ จำนวน 4 เรื่อง ที่จะให้ผู้เรียนทำวิจัยมาให้ครูได้ช่วยกันออกแบบการเรียนรู้ โดยกระบวนการสำคัญคือ เด็กต้องคิด แสวงหาความรู้ด้วยตนเองก่อน แล้วจึงใช้ AI เพื่อช่วยเสริมกระบวนการดังกล่าว ทั้งนี้ หลังจากจบการฝึกอบรมในวันนี้แล้ว จะมีการสื่อสารร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์มชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ในรูปแบบออนไลน์ในช่องทางเพจ Facebook : เครือข่ายเยาวชนนักวิจัย เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้ผู้สอนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยในรูปแบบต่าง ๆ ที่ครูแต่ละท่านได้ทดลองนำไปใช้ในห้องเรียนของตน ซึ่ง สกศ.จะมีการติดตามประเมินผล เพื่อทบทวนและปรับปรุงกระบวนการ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

