สกศ. จับมือ สพฐ. ลุยนครพนม นำร่องยกระดับครู ชูโมเดล "การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI" ปั้นนักวิจัยรุ่นเยาว์
วันที่ 1 - 2 เมษายน 2569 ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สกศ. เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมครู เรื่อง การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยผสาน AI เพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โดยมี นางสาวภัทรมาศ ภะวะศิริกุล รองผู้อำนวยการ สพป. นครพนมเขต 1 ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้แทนจากสถานศึกษาในสังกัด สพป.นครพนม เขต 1 ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวน์ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 จังหวัดนครพนม


ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า สกศ. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกแก่นักวิจัยรุ่นเยาว์ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ฐานวิจัย การเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจในการเรียนรู้ฐานวิจัยสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายให้กับผู้สอนในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้สอนสามารถนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยไปบูรณาการกับหลักสูตรการเรียนการสอนในห้องเรียนได้

ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรม การจัดการศึกษา สพฐ. กล่าวยินดีที่ได้ร่วมมือกับ สกศ. ซึ่งนับเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของหน่วยนโยบายและหน่วยปฏิบัติที่ได้ร่วมกำหนดทิศทางด้านการศึกษาในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนการสอน ครูจึงจำเป็นต้องใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการยกระดับการเรียนรู้ฐานวิจัย ซึ่งคาดหวังให้เกิดการนำไปต่อยอดใช้ในห้องเรียนจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนบทบาทของครูจากการเป็นผู้สอนเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์


ดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบน ได้ร่วมถ่ายทอดแนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเพื่อส่งเสริมสมรรถนะวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย ได้เน้นย้ำหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ยังคงต้องมี "มนุษย์เป็นศูนย์กลาง" คุณครูจึงต้องพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์และเลือกใช้ AI อย่างชาญฉลาด (AI Literacy) โดยมอง AI เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิด (Co-pilot) ที่ช่วยสนับสนุนการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาบทเรียนร่วมกัน ขณะเดียวกันต้องควบคู่ไปกับการตระหนักถึงจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบที่ดีให้กับผู้เรียน นอกจากนั้นได้กำหนด Road Map ตั้งแต่การวางแผนการสอน การสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยสำหรับผู้สอน ผ่านแพลตฟอร์มชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ในรูปแบบออนไลน์ในช่องทางเพจ Facebook : เครือข่ายเยาวชนนักวิจัย เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้ผู้สอนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านต่างๆ ไปสู่การนำเสนอผลงานวิจัย (Symposium Online)

การร่วมฝึกปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดร.พิรุณและทีมวิทยากรช่วยให้คำแนะนำคุณครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานวิจัยด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การตั้งคำถามนำเรียนรู้ บ่มเพาะให้ผู้เรียนสังเกตและตั้งคำถาม เสริมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์หรือบริบทของชุมชนโดยสามารถใช้พัฒนาตนเองและพื้นที่ได้ 2) การแสวงหาความรู้ ผ่านการฝึกทักษะการค้นความและรวบรวมข้อมูล 3) การสร้างสื่อและต่อยอดความรู้ โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้อมถ่ายทอดผ่านรูปแบบสื่อในรูปแบบต่าง ๆ 4) สื่อสารนำเสนอ ได้พัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ และ 5) สรุปสะท้อนผลผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พบว่าการใช้ AI ในการช่วยแนะแนวทางการดำเนินงานและช่วยวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการสร้างสื่อที่น่าสนใจ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เกิดการดำเนินงานสะดวกและรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามผู้สอนต้องคำนึงถึงแหล่งข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยที่ต้องมีแหล่งที่มาและเชื่อถือได้เช่นกัน จากนั้นวิทยากรได้แนะนำการใช้ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้แต่ละขั้นตอนในงานวิจัยเพื่อให้ผู้สอนได้ออกแบบรูปแบบงานวิจัยให้มีคุณภาพมากที่สุด

ผลจากการดำเนินกิจกรรมในจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องในครั้งนี้ สกศ.จะติดตามและประเมินผลจากการประเมินการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยโดยผสานการใช้ AI ไปขยายผลสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ผู้สอนได้นำองค์ความรู้ รูปแบบการเรียนรู้ฐานวิจัยไปใช้บูรณาการการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างเครือข่ายผู้สอนในการพัฒนาบทเรียนร่วมกันในระดับภูมิภาคต่อไป

