สภาการศึกษา ระดมสมอง สภาเด็กฯ และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งยกระดับคุณภาพ "เด็กวัยเรียน" ตอบโจทย์โลกยุคใหม่
วันที่ 26 มีนาคม 2569 ดร.เอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคน : วัยเรียน” โดยมี ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณคณะการสภาการศึกษา ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา พร้อมด้วยผู้แทนเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนนทบุรี และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เข้าร่วมประชุม ณ ห้องปิ่นเกล้า ชั้น 3 โรงแรมเอสดี อเวนิว กรุงเทพมหานคร


ดร.เอกวัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อยกระดับคุณภาพเด็กวัยเรียนในปัจจุบัน มุ่งเน้นเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ให้มากกว่าห้องเรียนแบบเดิมสู่การสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง “ทุกที่ทุกเวลา” โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ผลักดันนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ มาโดยตลอด การจัดการประชุมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการเรียนรู้ โดยอาศัยการระดมความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกมาจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนทรัพยากรมนุษย์ของชาติโดยเฉพาะวัยเรียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในโลกยุคใหม่


การอภิปรายและระดมความคิดเห็น เรื่อง “การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคน : วัยเรียน” มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสำคัญของโอกาสการเรียนรู้ที่ควรมีกลไกหรือระบบรองรับการเปลี่ยนจากการเรียนรู้รูปแบบเดิมสู่การเรียนรู้ที่ตอบความต้องการของผู้เรียนแบบเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งเน้นย้ำกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากผู้เรียน ในการนี้จึงเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสื่อสารความต้องการและปัญหาที่ควรแก้ไข ทีมสภาเด็กและเยาวชนได้กล่าวถึงโดยเฉพาะการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับระบบการเทียบโอนหน่วยกิต การวางกรอบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม การลดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินควรในกระบวนการคัดเลือกเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้เยาวชนยังเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประเมินผลการศึกษาให้มีความหลากหลายมากกว่าการตัดสินด้วยคะแนนสอบหรือเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นไปที่ "การประยุกต์ใช้ได้จริง" และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะการเติมเต็มทักษะ Soft Skills ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญที่มักถูกมองข้ามในหลักสูตรวิชาการแบบเดิม เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาสามารถนำไปใช้สร้างอนาคตได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ




หลังจากรับฟังประเด็นจากตัวแทนเยาวชน ผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประเด็นปัญหาที่ทางเยาวชนได้กล่างถึง ตลอดจนได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตน พร้อมร่วมเสนอความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ต่อไป การร่วมกันเสนอข้อคิดเห็นในวันนี้ถือเป็นการช่วยกันสร้าง "สังคมแห่งการเรียนรู้" ที่เข้าใจวัยเรียนเพื่อให้เยาวชนมีโอกาสทำตามความฝัน พัฒนาตัวเองได้เต็มที่ตามความถนัด โดยไม่ต้องถูกจำกัดอยู่แค่ในตำรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

