สกศ. จับมือ กสศ. พลิกโฉมทุน ODOS ยุคใหม่ มุ่งสร้าง “ช้างเผือก STEM” ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมตอบโจทย์ดีมานด์โลก

image

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ดร.เอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมใต้ชายคา สกศ. ครั้งที่ 1/2569 หัวข้อ “ทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS)” เพื่อระดมสมองกำหนดทิศทางนโยบายการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมด้วย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
(กสศ.) นายกิตติกรณ์ หงษ์ยิ้ม นักวิชาการ ฝ่ายวิจัยเชิงระบบและประเมินผลโครงการ วสศ. นางสาวสมชนก ลดาดก นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ และดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมประชุมแบบออนไลน์และออนกราวน์ กว่า 40 คน ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี สกศ.

ดร. เอกวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานต้องเรียนรู้ถึงรากเหง้า และที่มาของนโยบายที่มีหลักการ งานวิจัย และทฤษฎีรองรับอย่างเป็นระบบ สำหรับเวที “ใต้ชายคา สกศ.” จึงเป็นพื้นที่สำคัญในการระดมความคิดเพื่อพัฒนาคนให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง หัวใจสำคัญของการพัฒนาคนคือ การสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นเลิศและการลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างทางการศึกษาที่กว้างขึ้น และความร่วมมือกับ กสศ. ผ่านโครงการทุน ODOS จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงโอกาสของนักเรียนยากจนเข้ากับมิติของคุณภาพ โดยเฉพาะการเฟ้นหาช้างเผือก หรือเด็กยากจนพิเศษที่มีศักยภาพสูงเพื่อบ่มเพาะให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้ความสำคัญกับระบบดูแลที่ลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่ตัดยอดคนเก่ง แต่ต้องบ่มเพาะตั้งแต่ระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมทักษะชีวิต จิตวิญญาณความเป็นครู และจิตสำนึกต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมั่นคง อย่างแท้จริง

นายพัฒนะพงษ์ นำเสนอการดำเนินงานโครงการ ODOS ภายใต้ 5 มิติหลักที่ปรับปรุงจากบทเรียนในอดีต (ODOS 1.0) เพื่ออุดช่องโหว่เรื่องความไม่พร้อมของเด็กและการหลุดจากระบบ 1) การใช้ฐานข้อมูล กสศ. ชี้เป้า (Evidence-based) ค้นหาเด็กกลุ่มยากจนพิเศษที่มีรายได้เฉลี่ยครอบครัวเพียง 2,500 - 3,500 บาทต่อเดือน แต่มีศักยภาพทางวิชาการสูง เรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.00 - 4.00 ถือว่าเป็นกลุ่มช้างเผือกที่มีความมุ่งมั่นสูง 2) ตอบโจทย์แรงงานศักยภาพสูง (STEM) มุ่งเน้นสาขาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ AI และหุ่นยนต์ โดยประสานงานกับ อว. และ สวทน. เพื่อมั่นใจว่าสาขาที่เรียนตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอีก 10-20 ปีข้างหน้า 3) ระบบดูแลและบ่มเพาะ (Mentorship) จำลองสภาพแวดล้อมนานาชาติร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ เตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษและทักษะชีวิต (Soft Skills) ก่อนส่งเด็กไปเรียนต่อต่างประเทศ 4) การติดตามผ่านระบบสารสนเทศ ติดตามรายบุคคลเพื่อป้องกันเด็กหลุดจากระบบ และประเมินสุขภาวะทางจิตใจอย่างต่อเนื่อง 5) เชื่อมโยงบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงาน  สกศ. กสศ. สำนักงาน ก.พ. ดูแลการไปเรียนต่อต่างประเทศ 100 ทุน และ กระทรวง อว. ดูแลการเรียนในประเทศ 1,100 ทุน

ดร. กฤษณพงศ์ เสนอว่า ให้พลิกโฉมการจัดสรรทุนการศึกษาโดยมุ่งเน้นที่การสร้างทุนมนุษย์ เพื่อตอบโจทย์อนาคตในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้เรียนสามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การคว้าใบประกาศนียบัตรที่ไร้ทิศทางงานรองรับ นอกจากนี้ ควรถอดบทเรียนจากโครงการ ODOS ในอดีตที่ขาดความพร้อมทั้งด้านภาษาและการเตรียมตัว ที่ส่งผลให้เด็กต้องเผชิญความลำบากในการหางาน ดังนั้น รัฐจึงควรเปลี่ยนวิธีคิดจากการผลิตคนตามความพร้อมของสถานศึกษา (Supply-side) มาเป็นการผลิตคนตามความต้องการจริงของภาคเอกชน (Demand-side) หัวใจสำคัญคือ การดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและสร้างแพลตฟอร์มรองรับงาน เพื่อให้เด็กทุนไม่ต้องเดินเคว้งคว้างหลังเรียนจบ ขณะเดียวกันต้องมุ่งสร้างกลุ่มผู้มีความเป็นเลิศในทุกสาขาให้เป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับกลุ่มฐานราก และรัฐต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้ทุนมาเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เช่น ระบบ AI และการแนะแนวอาชีพเชิงรุก เพื่อเปลี่ยนแนวคิดผู้บริหารและผู้ปกครองให้เท่าทันโลก และส่งต่อโอกาสที่แม่นยำไปยังโรงเรียนในชนบทอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด