พลเอกไพบูลย์ ผนึกกำลังหนุนใช้ AI เป็นเครื่องมือ สร้างโอกาสทางการศึกษา นำร่อง 10 โรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายฯ พัฒนาเยาวชนเท่าทันโลกดิจิทัล

image

วันที่ 6 มีนาคม 2569 พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการในวิถียุคปัญญาประดิษฐ์ เพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บูรณาการเข้าสู่ห้องเรียน โดยมี รศ.ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์และผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ กล่าวต้อนรับ พร้อม รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา  ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) นายไพรัช กรบงกชมาศ อาสาสมัครส่วนกลางดร.วรวุฒ แสงเฟือง ประธานอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายฯ ผู้บริหารและบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) โรงเรียนรุ่งอรุณ อาสาสมัครฯ ประจำจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี/จังหวัดสุพรรณบุรี/จังหวัดอุทัยธานี ได้แก่ ศธจ. สพม. สพป. และโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายฯ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ โรงเรียนรุ่งอรุณ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวชื่นชมโรงเรียนรุ่งอรุณในฐานะสถานศึกษาต้นแบบที่มีความโดดเด่นในการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมเพื่อสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ อีกทั้งเป็นต้นแบบในการนำหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างทักษะให้แก่ผู้เรียน ทั้งนี้ เพื่อสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมุ่งส่งเสริมการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ประกอบกับในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง การนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้พร้อมก้าวสู่โลกแห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ด้าน รองศาสตราจารย์ประวิต เปิดเผยว่า สภาการศึกษาได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) โดยนำหลักสูตร “เปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech)” เข้าไปสนับสนุนโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 10 แห่ง เพื่อเป็นแนวทางนำร่องก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ

การจัดการศึกษาของโรงเรียนรุ่งอรุณมีการจัดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Learning) พร้อมบูรณาการเรียนรู้สู่ชีวิต เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้บนพื้นฐานการดำเนินชีวิต ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนได้คิดเป็น ตั้งคำถามและตอบคำถามได้ โดย รองศาสตราจารย์ประภาภัทร อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์และผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ กล่าวว่า โรงเรียนรุ่งอรุณวางรากฐานการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนโดยมีการเรียนรู้ชีวิตเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมมีการบริหารจัดการหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ซึ่งประเด็นของปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทอย่างมากในด้านของการศึกษา ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการเรียนรู้และประยุกต์ใช้ AI ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่สถานศึกษา สำหรับโรงเรียนรุ่งอรุณได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่นำ AI มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล  โดยเป้าหมายสำคัญของการนำ AI มาใช้ ไม่ใช่เพียงเพื่อความทันสมัย แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดการเรียนรู้นั้นตอบโจทย์ชีวิตของผู้เรียนและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม

จากนั้นที่ประชุมร่วมรับฟังการเสวนา เรื่อง หลักสูตรเปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ : การส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนด้านความรู้พื้นฐานและการประยุกต์ใช้ AI โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน BDI พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้แก่ นายปิยสิทธิ์ เมินแก้ว ครูใหญ่ฝ่ายมัธยมศึกษา นายชนัตถ์ สิทธิพลพัฒน์ ครูผู้สอนรายวิชาเปิดโลกปัญญาประดิษฐ์ และนายธีระศักดิ์ ธนากูลกวีพงษ์ ผู้วิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะครู ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำ AI มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะครูในยุคดิจิทัล ด้านผู้แทนจาก BDI ได้เปิดเผยความร่วมมือกับ สกศ. ในการออกแบบ Micro-Credentials ซึ่งเป็นรูปแบบการรับรับรองผลการเรียนรู้หรือทักษะเฉพาะด้านในระยะสั้น ซึ่งได้จัดการเรียนรู้เป็นโมดูลย่อย ให้สามารถปรับการจัดการเรียนรู้ได้รวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกรวมไปถึง AI ผ่านหลักสูตร “เปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech)” ที่ผู้เรียนได้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ AI เบื้องต้น การใช้ AI เพื่อการวิเคราะห์ และการนำ AI ไปใช้เชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านสื่อวิดีโอบนแพลตฟอร์มพร้อมมีใบ Certificate ให้กับผู้เรียน ซึ่งได้นำร่องใช้ร่วมกับโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายฯ จังหวัดกาญจนบุรี 10 โรงเรียน ได้แก่ 1) โรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม 2) โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม 3) โรงเรียนบ้านห้วยเสือ 4) โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา 5) โรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา 6) โรงเรียนร่มเกล้ากาญจนบุรี 7) โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา 8) โรงเรียนประชามงคล 9) โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ และ 10) โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา เพื่อนำร่องในการจัดการเรียนรู้สู่พื้นที่อื่นต่อไป

ด้านผู้แทนครูจากโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้ร่วมแบ่งประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิต อีกทั้งเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ดังนั้นการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูจึงมีความสำคัญ เพราะต้องสอนให้ผู้เรียนนำ AI ใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพอย่างมีจริยธรรม โดยครูต้องรับบทบาทเป็น Learning Designer และ Facilitator ในการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงของผู้เรียนโดยไม่ลืมพื้นฐานของการดำเนินชีวิต โดยจัดให้มีการเสริมศักยภาพครู โดยจัด workshop ให้เกิดความเข้าใจ AI ก่อนนำไปใช้จัดกระบวนการเรียนรู้ สำหรับ AI ที่ใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูในการวาง Roadmap แผนการจัดการเรียนรู้ คือ “AI Krukid” ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ความเหมาะสมของรายวิชาว่าเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่ จากนั้นจะถูกนำเข้าระบบ “TA Smart AI” เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้จัดการเรียนการสอน ประเมินผลการเรียนรู้ อีกทั้งช่วยวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนรายบุคคล ทำให้สามารถเสริมศักยภาพในด้านต่างๆให้กับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม

ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนรุ่งอรุณ โดยมีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้ ในความท้าทายของการเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจาก AI การปรับทัศนคติและสร้างเป้าหมายร่วมกันของบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ  อีกทั้งการมีผู้บริหารและผู้นำที่มุ่งมั่นและพร้อมสนับสนุนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รากฐานแข็งแรง นอกจากนี้องคมนตรีและคณะร่วมเยี่ยมชม นิทรรศการผลงานและกิจกรรมนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จผ่านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ในการประยุกต์ใช้ AI จัดการเรียนรู้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลสำเร็จจากโรงเรียนต้นแบบ พร้อมนำไปประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และอุทัยธานี รวมทั้งสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด