สภาการศึกษา กางประเด็น ปรับร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ อัปเดตข้อเสนอสู่แม่บทกฎหมายที่ยั่งยืน
วันที่ 6 มีนาคม 2569 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... (ฉบับที่ 660/2564) โดยมี นายเนติ รัตนากร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

ดร.สุภชัย กล่าวว่า สกศ. ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... (ฉบับที่ 660/2564) ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการและให้เสนอต่อรัฐสภา แต่เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ทางการเมือง ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ยังไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภามาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ทำให้หลักการและสาระสำคัญอาจไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ และสามารถตอบโจทย์การศึกษาของโลกในอนาคตได้ ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและบุคลากรของ สกศ. ซึ่งถือได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในบทบาททางด้านวิชาการ และมันสมองของการศึกษาของประเทศ ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และค้นหาผลสรุปได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้ดำเนินการในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป เพื่อร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ให้ครอบคลุมและเหมาะสมเพื่อเป็นแม่บททางกฎหมายสำคัญที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและบริบทโลกในอนาคต ต่อไป



สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา นำอภิปรายการจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยมีผู้แทนแต่ละสำนัก สกศ. ร่วมวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะร่างกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติแต่ละฉบับ และการเปรียบเทียบร่างกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กับร่างพรรคการเมือง ใน 14 ประเด็นสำคัญ ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ตามช่วงวัย ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งทักษะอาชีพและคุณธรรมควบคู่กัน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับการยกระดับวิชาชีพครู โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะ การสร้างแรงบันดาลใจ และการประเมินผลที่อิงจากความสำเร็จของผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านงบประมาณและการบริหารจัดการสถานศึกษา ให้มีความเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อมูลที่ได้จัดทำเป็นข้อเสนอในการพัฒนาและปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวให้ชัดเจน สมบูรณ์ ครอบคลุม และเหมาะสมกับการบริหารจัดการการศึกษาไทย ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

