สกศ. ดึงองค์กรระหว่างประเทศ x หน่วยงานการศึกษา ร่วมถกแนวทางขับเคลื่อนและติดตามผลการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของไทย

image

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์  ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและติดตามผลการดำเนินงานเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทย (IMD) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุรินทร์ อัศวพิภพ ผู้แทน SEAMEO STEM-ED นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ผู้แทนหอการค้าอังกฤษ-ไทย ดร.รับขวัญ ธรรมาภรณ์พิลาศ ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ดร.สินชัย เล็กวานิชกุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารการจัดสอบภาษาอังกฤษ โทเฟิล ไอทีพี ประจำประเทศไทย นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของไทยให้อยู่ในอันดับที่ 40 ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งถือเป็นความท้าทายและพันธกิจสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานการศึกษาต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สกศ.  ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนตัวชี้วัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษาจึงได้จัดโครงการประชุมรับฟังความคิดเห็นและติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อบูรณาการข้อมูลทั้ง 19 ตัวชี้วัด สร้างความเข้าใจร่วมกันในกรอบ 5 มิติเชิงยุทธศาสตร์ และพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายวีระพงษ์ รายงานผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านการศึกษาของ IMD ปี 2568 ว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 55 จาก 69 ประเทศลดลง 1 อันดับจากปีก่อน โดยปีที่ผ่านมา สกศ.ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษา ทั้ง การรวบรวมข้อมูลด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาตัวชี้วัดด้านการศึกษาของประเทศไทย จัดทำและเผยแพร่เอกสารสรุปความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยเปรียบเทียบนานาชาติ ปรับปรุงแนวทางในการ รวบรวม วิเคราะห์ และคำนวณตัวชี้วัดทางการศึกษาใหม่ทั้งระบบให้ครอบคลุม สมบูรณ์ ทันสมัย, สร้างเครือข่ายและบูรณาการการยกระดับผลการจัดอันดับ IMD ให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ดร.รับขวัญ กล่าวว่า การสร้างการรับรู้และทัศนคติต่อการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การสื่อสารกับภาคเอกชนเพื่อสร้างการรับรู้อาจจะใช้แก้ปัญหาได้เพียงระดับหนึ่ง แต่แนวทางที่จะทำให้เกิดการยกระดับความสามารถในการแข่งขันได้จริงคือ หน่วยงานด้านการศึกษาต้องแสดงให้เห็นว่าบัณฑิตที่ผลิตมาสามารถตอบสนองต่อภาคแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นตัวเลขการจัดอันดับที่เห็นอาจจะไม่ได้สะท้อนสภาวการณ์จริงของการศึกษา ควรมีการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุรินทร์ กล่าวว่า การจัดอันดับ IMD ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการสร้างการเรียนรู้ให้เด็กไทยมีทักษะที่โลกต้องการอย่างแท้จริง ต้องมีการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้เปลี่ยนจากเรียนแบบท่องจำมาเป็นการเรียนรู้ผ่านการวิเคราะห์ มีการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ผู้บริหารการศึกษาต้องมีการสนับสนุนการเรียนการสอนของครู และจัดบริบทการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

นางสาวฐิติภา กล่าวถึงมุมมองของเอกชนที่มีต่อทรัพยากรมนุษย์ว่า ต้องมีการพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ ทั้ง แรงงานทักษะสูง และอาชีวศึกษา สร้างทักษะที่จำเป็นและตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เน้นความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ และทักษะดิจิทัล และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง

ดร.สินชัย กล่าวว่า การจะเพิ่มทักษะทางภาษาอังกฤษของเด็กไทยต้องเน้นการสร้างครูที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน และครูต้องได้รับการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะได้นำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนอีกทอดหนึ่ง

จากนั้นที่ประชุมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จากหน่วยงานด้านการศึกษา พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมในวันนี้จะนำไปพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยให้ยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกได้ในอนาคตต่อไป

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด