สกศ. ผนึกกำลังภาคส่วนการศึกษา สร้างเครื่องมือประเมิน “สุขภาพจิตนักเรียนไทย” ทั่วประเทศ
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาเครื่องมือการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานโยบายด้านสุขภาพจิตในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก รศ.ดร.มารุต พัฒผล ดร.รับขวัญ ธรรมาภรณ์พิลาศ ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ได้แก่ สป.ศธ., สพฐ., สช., สกร., สอศ., อว., สถ., กรุงเทพมหานคร, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์, องค์การยูนิเซฟประเทศไทย และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สกศ.


สกศ. ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบายได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน การประชุมวันนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อพิจารณาเครื่องมือการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานโยบายด้านสุขภาพจิตในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงอาชีวศึกษา (ปวช.) ในทุกสังกัด เพื่อให้เห็นภาพรวมของระดับการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถตอบโจทย์สุขภาวะทางปัญญาและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ของผู้เรียนอย่างยั่งยืน


ที่ประชุมได้พิจารณาร่างเครื่องมือประเมินผลซึ่งอ้างอิงเกณฑ์การวิเคราะห์ Safe to Learn Diagnostic Tool ของ UNICEF ในการสนับสนุนทางสุขภาพจิตและจิตสังคม (MHPSS) โดยครอบคลุม 11 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) แผนและนโยบายด้านสุขภาพจิต 2) กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 3) หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ 4) การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 5) ระบบการตอบสนองและดูแลสุขภาพจิต 6) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพจิต 7) การดูแลช่วยเหลือโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน 8) ระบบการส่งต่อและการให้บริการสนับสนุน 9) การจัดการพฤติกรรมผู้เรียน 10) การรณรงค์และสื่อสารด้านสุขภาพจิต และ11) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โดยมีเกณฑ์การประเมินคือ การกำหนดในแผนพัฒนาการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี การขับเคลื่อนแผน กิจกรรมโครงการ การบริหารทรัพยากรที่เพียงพอ เน้นที่ความยั่งยืน และมีการติดตามประเมินผลที่เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะในการปรับปรุงเครื่องมือดังกล่าว โดยเสนอให้มีการลงพื้นที่สุ่มตัวอย่างเพื่อสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากนักเรียนและผู้ปกครองโดยตรง รวมถึงการทำการทบทวนวรรณกรรมและการรับฟังเสียงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบคำถามปลายเปิด เพื่อแยกมุมมองระหว่าง “ผู้บริหาร” และ “ผู้ปฏิบัติ” ให้ชัดเจน ทั้งนี้ สกศ. จะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงเครื่องมือให้สมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพจิตในสถานศึกษาทั่วประเทศต่อไป

