สกศ. เปิดฉากสมัชชาฯ ครั้งที่ 1 ระดมความคิดภาคีภาคเหนือ ชูแนวคิด Lifelong Learning for Longevity เรียนรู้เพื่อชีวิตยืนยาว
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ สมัชชาสภาการศึกษาระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 : ภาคเหนือ โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมบรรยายพิเศษ พร้อมนางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ ผู้แทนสมัชชาการศึกษาจังหวัด หน่วยงานทางการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงผู้แทนเด็กและเยาวชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผสมผสานออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องประชุมพจน์ สะเพียรชัย สกศ.
รศ.ดร.ประวิต กล่าวว่า สำหรับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ต้องใช้การบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนตั้งแต่ ภาครัฐ ภาคประชาชน อปท. รวมถึงคนในท้องที่ที่ทราบความต้องการของพื้นที่ รู้และเข้าใจในศักยภาพของพื้นที่ สำหรับงานสมัชชาสภาการศึกษาระดับภูมิภาคนับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษาของภาคประชาชนได้ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศไทย

ดร.นิติ ได้กล่าวถึงความสำคัญของ Longevity ในบริบทการพัฒนาคน ผ่านการบรรยายพิเศษ เรื่อง “Lifelong Learning for Longevity : เรียนรู้เพื่อชีวิตยืนยาว” จากการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วทั้งด้านโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้นและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นหากต้องการพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว นอกจากประเด็นการสร้างการเรียนรู้ การส่งเสริมสุขภาวะที่ดีก็จะช่วยให้เกิดการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สำหรับมิติด้านการศึกษาเองก็ต้องสร้างกลไกการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพตลอดช่วงชีวิต โดยสร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่นพร้อมเชื่อมโยงกับโลกอาชีพ ต้องมีการ Re-Skills อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดการคุณภาพแบบองค์รวมตั้งแต่สุขภาพกาย จิตใจ และด้านสังคม ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการออกแบบการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ของตน

จากนั้นได้รับเกียรติผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ นางสาวเสาวนีย์ สังขาระ ผู้ก่อตั้งสวนศิลป์บินสิ จังหวัดลำพูนและรายการบินสิ ช่อง Thai PBS รศ.ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา และ ผช.ศ.บุญชู บุญลิขิตศิริ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาในประเด็น “Growth Together การพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” โดยแนวทางการดำเนินงานในการสร้างโมเดลพื้นที่การเรียนรู้ สำหรับสวนศิลป์บินสินั้นออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์และออกแบบการเรียนรู้จากสิ่งที่สนใจ ในขณะเดียวกันพร้อมเปิดกว้างให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆในระดับสากล สำหรับการจัดการเรียนรู้พื้นที่พะเยาเองมุ่งเน้นการเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกันของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยสร้างพื้นที่การเรียนรู้จากทรัพยากรท้องถิ่นนำองค์ความรู้มาพัฒนาและยกระดับทรัพยากรในพื้นที่ พร้อมมุ่งเน้นการสร้างทักษะและวิชาชีพ เสริมสร้างหลักสูตรระยะสั้นให้กับผู้เรียน ดังนั้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ของพื้นที่อย่างยั่งยืน การประสานความร่วมมือกันของหน่วยงานในพื้นที่จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนงาน

ต่อมาผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมระดมความคิดการพัฒนามติสมัชชาฯ และรับรองร่างมติสมัชชาฯ ระดับภูมิภาค ประจำปี 2569 เรื่อง Lifelong Learning for Longevity : เรียนรู้เพื่อชีวิตยืนยาว โดยมี 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1) การยกระดับธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) 2) ส่งสริมการจัดการศึกษาและการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ โดยใช้ Gig Economy เป็นแกนสำคัญของการเรียนรู้ สร้างโอกาสทำงานจริงและสร้างรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) 3) เสริมศักยภาพประชาชนให้สามารถบริหารรายได้ การออม การลงทุน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว พร้อมพัฒนาความรู้ด้านการเงิน (Literacy) และ 4) ส่งเสริมให้สุขภาวะ (Wellness) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ชุมชน พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะการดูแลตนเองเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุยืน

ช่วงบ่ายผู้เข้าร่วมประชุมได้แบ่งกลุ่มอภิปรายเกี่ยวกับการสำรวจสภาวการณ์การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ตามมติสมัชชาการศึกษาฯ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนภายในพื้นที่ใน 2 มติ ประกอบด้วย มติที่ 1 การสร้างการเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ (Learn to Earn) และมติที่ 2 ระบบนิเวศการเรียนรู้: Key Success Factors ของเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่/แม่ฮ่องสอน/ลำปาง/ลำพูน/น่าน/พะเยา/เชียงราย/แพร่) และกลุ่มที่ 2 ภาคเหนือตอนล่าง (ตาก/พิษณุโลก/สุโขทัย/เพชรบูรณ์/อุตรดิตถ์/กำแพงเพชร/พิจิตร/นครสวรรค์) พบว่า กลุ่มพื้นที่ภาคเหนือมีความโดดเด่นในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้นำในท้องถิ่น มีการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริม Learn to Earn พร้อมมุ่งเน้นการเสริมทักษะให้ประชากรในพื้นที่ทุกช่วงวัย ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยยึดโยงให้สอดคล้องกับบริบทของวัฒนธรรมในพื้นที่ อีกทั้งมีการติดตามเยาวชนที่หลุดออกจากระบบให้ได้รับการศึกษา จัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นผ่านระบบ Credit Bank เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพ มีรายได้หาเลี้ยงชีพตลอดชีวิต

รศ.ดร. ประวิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สมัชชาสภาการศึกษาเป็นกลไกที่สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “Learn to Earn” ให้เกิดการจัดการศึกษากับเด็กและเยาวชน หรือกลุ่มคนทุกช่วงวัย ได้พัฒนาทักษะ เข้าถึงความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้ยั่งยืน

ผลจากการระดมความคิดเห็นและเสียงสะท้อนของภาคีเครือข่ายภาคเหนือในครั้งนี้ จะถูกรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาเป็นระเบียบวาระ เข้าการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ (National Education Assembly) สู่การกำหนดนโยบายเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะจัดขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เพจ Facebook : คุณสมรออนไลน์ และ สภาการศึกษา

