การศึกษาไทยต้องไปต่อทุกสถานการณ์ สกศ. ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ปรับแผน Education in Emergency ยืดหยุ่น ปลอดภัย และต่อเนื่อง

image

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา (ร่าง) แผนการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤติ (Education in Emergency) โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ดร.พีระพล พูลทวี นายปรีดี ภูสีน้ำ ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมร กรมส่งเสริมการเรียนรู้ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก สถาบันสุขภาพจิตวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมกิจการเด็กและเยาวชน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สกศ.

จากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลายรูปแบบในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน สถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทกภัยครั้งใหญ่ ล้วนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และความต่อเนื่องของการจัดการเรียนรู้ในวงกว้าง สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนข้อจำกัดของระบบการศึกษาที่ขาดความยืดหยุ่นและกลไกบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นเอกภาพ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจึงได้ดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤติ (Education in Emergencies: EiE) อย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และสามารถรักษาความต่อเนื่องทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืนในทุกภาวะวิกฤต

 

นายวีระพงษ์ ได้นำเสนอร่างแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉินต่อที่ประชุม โดยระบุเป้าหมายของแผนว่า “เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความพร้อมมีความสามารถเชิงระบบในการเตรียมพร้อม รับมือ ฟื้นฟู และคงความต่อเนื่องขจองการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีคุณภาพเป็นธรรม และใช้ข้อมูลเป็นฐาน ในทุกภาวะฉุกเฉิน โดยบูรณาการการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤตให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน” โดยยึดตามกรอบมาตรฐานสากล INEE ผนวกกับวิธีวิจัยด้วยการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ (Field-based) การศึกษาเปรียบเทียบนานาชาติ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและรับฟังความคิดเห็น นำมาสู่แผนที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การบริหารจัดการงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Finance and Emergency-responsive Procurement) มุ่งเน้นการสร้างระบบงบประมาณที่ยืดหยุ่น ทันการณ์ และกระจายอำนาจสู่พื้นที่เพื่อให้เข้าถึงทรัพยากรได้รวดเร็ว

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การกำกับดูแล การประสานงาน และการกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Governance, Coordination, Roles and Responsibilities) เพื่อสร้างความชัดเจนในโครงสร้างการตัดสินใจและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งในและนอกภาคการศึกษา

ยุทธศาสตร์ที่ 3: การเตรียมความพร้อมและการเสริมสร้างความสามารถของระบบในการรับมือภาวะวิกฤติ (Preparedness and System Resilience) มุ่งพัฒนาแผนรองรับในทุกระดับ การจัดทำระบบเตือนภัย และการซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ

ยุทธศาสตร์ที่ 4: การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อการจัดการศึกษาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Human Resources and Capacity Building for EiE) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้านให้แก่ครูและบุคลากร รวมถึงการดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 5: การพัฒนาระบบข้อมูล การติดตาม และการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Data, Monitoring, and Evidence-informed Decision-making) มุ่งพัฒนาระบบข้อมูลกลางที่เชื่อถือได้เพื่อใช้ระบุและติดตามกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้เรียนกลุ่มเปราะบาง

ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาร่างแผน EiE อย่างรอบด้าน พร้อมแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการดำเนินงานในสถานการณ์ความไม่สงบและอุทกภัย เพื่อพัฒนาแผนให้สอดคล้องกับบริบทจริง โดยเสนอให้เพิ่มเติมการวิเคราะห์ SWOT และปรับลำดับยุทธศาสตร์ให้สะท้อนความเร่งด่วนและความเชื่อมโยงของการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เน้นมาตรการด้านการบริหารจัดการและการฟื้นฟูเป็นสำคัญ ควบคู่กับการกำหนดบทบาทครูให้มุ่งภารกิจด้านการศึกษาเมื่อมีภาระงานอื่นเข้ามา การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการสื่อสารสร้างการรับรู้แผนสู่พื้นที่ก่อนเกิดเหตุ รวมถึงการดำเนินงานเชิงป้องกันตั้งแต่ระยะก่อนภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนการสื่อสารแผนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และการฟื้นฟูภาวะการเรียนรู้ถดถ้อย (Learning Loss) โดยเฉพาะด้านการเข้าถึงการเรียนรู้ของผู้เรียนกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้แผนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปใช้ในการปรับปรุงร่างแผนให้มีความสมบูรณ์ ชัดเจน และสามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด