สกศ. ถกปัญหาเด็กต่างด้าวล้นโรงเรียน พบช่องว่างกฎหมายทำ “เด็กโตเรียนร่วมเด็กเล็ก” เตรียมชงข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐมนตรี
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ดร สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมหารือเพื่อหาทางออกในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายและการจัดการสิทธิเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กต่างด้าว ณ ห้องประชุม
สิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

จากวิกฤตเด็กต่างด้าวปัญหาการบริหารที่มากกว่าแค่เรื่องกฎหมาย ที่ประชุมรายงานผลการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึกในจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวหนาแน่น เช่น สมุทรสาคร ระยอง สุราษฎร์ธานี และศรีสะเกษ ซึ่งพบประเด็นสำคัญที่น่ากังวล ปัญหาอายุเหลื่อมล้ำโดยพบเด็กต่างด้าวอายุ 10-12 ปี ที่ไม่รู้ภาษาไทย ต้องลงไปเรียนรวมกับเด็กชั้นอนุบาล 3 หรือ ประถมศึกษาปีที่ 1 ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการดูแล ความปลอดภัย และความเสี่ยงเรื่องชู้สาวในโรงเรียน อีกทั้งสัดส่วนประชากรในโรงเรียนบางโรงเรียนมีเด็กต่างด้าวสูงถึง 80% จนส่งผลให้เด็กไทยในพื้นที่ย้ายออกไปเรียนที่อื่นแทน ส่วนความคิดเห็นของคนในชุมชนยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนสิทธิเด็กตามหลักมนุษยธรรม กับกลุ่มที่กังวลเรื่องการใช้ภาษีของคนไทยไปดูแลชาวต่างชาติ ยังมีช่องว่างการสื่อสาร ซึ่งปัญหาหลักไม่ใช่เพียงกฎหมาย แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการที่เด็กไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ทำให้ครูผู้สอนทำงานลำบากและขาดงบประมาณสนับสนุนหลักสูตรผู้ไม่รู้หนังสือ

รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ เล็งเห็นว่า ขั้นตอนต่อไปคือการจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลให้จบกระบวนการตามแผนงานเดิม นอกจากรออนุมัติโครงการแล้ว จะเตรียมจัดประชุม Focus Group อีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เพื่อให้ได้ร่างข้อเสนอกฎหมายที่สมบูรณ์ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งมิติด้านสิทธิเด็ก การจัดการศึกษาในท้องถิ่น และการปรับปรุงนิยามในกฎหมายให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดความซับซ้อนและสร้างคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืน เพื่อให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าประเด็นใดควรแก้ในเชิงบริหาร เราไม่ได้ทำเพียงเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ แต่เรากำลังประเมินผลการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมเป็นร่างฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีและขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการนโยบายปฐมวัยต่อไป

ดร.สุภชัย ระบุว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงรอยต่อทางการเมือง แต่ สกศ. จะเก็บข้อมูลที่ผ่านมาและจัดทำร่างข้อเสนอเป็นตุ๊กตา โดยจะเน้นการเตรียมข้อมูลเชิงคุณภาพที่ซัพพอร์ตด้วยงานวิจัยที่ชัดเจน เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีต่อไป


