สกศ. เปิดเวทีขับเคลื่อนสมรสเท่าเทียม ด้วยระบบนิเวศการเรียนรู้ตอบโจทย์ความหลากหลายทางเพศยุคใหม่
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม
กับการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ของสถานศึกษา ครั้งที่ 1” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์ สุขอ่ำ นักวิจัย และคณะ ร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม “ถอดรหัสความหลากหลาย” และFocus Group ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมกว่า 120 คน ณ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เขตสาธร กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566–2570) ซึ่งสกศ. ได้เปิดเวทีให้ผู้บริหาร ครู และนักเรียนสะท้อนความคิดเห็นต่อพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยืนยันหลักสิทธิ ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในระบบการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาคนและสังคม

จุดมุ่งหมายสำคัญคือ การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทางสังคม รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม สกศ. ได้ออกแบบกิจกรรมร่วมกับทีมวิทยากรเพื่อสร้างความเข้าใจหลากหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย สิทธิในสถานศึกษา และการยอมรับในความหลากหลายของแต่ละบุคคล พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์กับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อลดอคติและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและเกื้อกูล

สกศ. มีกำหนดจัดประชุมดังกล่าวในสถานศึกษาอีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนโพธิสารพิทยากร กรุงเทพมหานคร และ โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา โดยจะรวบรวมข้อมูลที่ได้มาจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการนำพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมไปสู่การปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันทั้งในฐานะครู-นักเรียน และกลุ่มเพื่อน ท่ามกลางระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เหมาะสมบนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความแตกต่างหลากหลายได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


