ประกาศสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา และการเลือกกรรมการสภาการศึกษา
แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ
และการบริการ ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

             ด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสภาการศึกษาด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการ ได้พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ  จึงต้องดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน  โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน  ตามข้อ ๘ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาการเลือกกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖

             อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๕ แห่งกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖  จึงประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและการเลือกกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการ ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ดังต่อไปนี้

             ข้อ ๑ ในประกาศนี้
                          กฎกระทรวง หมายถึง กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖  และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๖๐
                          คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ หมายถึง  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  และเลขาธิการสภาการศึกษา
             ข้อ ๒ ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอชื่อ หรือการสมัครเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
                       ให้คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการสรรหาและเลือกกรรมการสภาการศึกษาที่เลขาธิการสภาการศึกษาแต่งตั้งเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการนั้น ถือเป็นที่สุด
             ข้อ ๓ การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิให้สรรหาจากผู้สมัคร และผู้ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ
             ข้อ ๔ ผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
                       (๑) มีสัญชาติไทย
                       (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
                       (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
                       (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
                       (๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
                       (๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
                       (๗) เป็นที่ยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม
                       (๘) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการ
                       ผู้สมัครต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภาการศึกษา ติดต่อกันเกิน ๒ วาระ  และในการสมัคร ผู้สมัครต้องรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
                       ใบสมัครให้ใช้แบบ สกศ. ๑ (สำหรับผู้สมัคร) ท้ายประกาศนี้
             ข้อ ๕ ผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครสามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ กลุ่มกิจการคณะกรรมการสภาการศึกษา ชั้น ๓ อาคาร ๑  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ  โทร. ๐-๒๖๖๘-๗๑๒๓  ต่อ ๑๓๑๑  ๑๓๒๑ และ ๑๓๕๐ หรือดาวน์โหลดทางเว็บไซด์ www.onec.go.th และ www.moe.go.th
             ข้อ ๖ การสมัครให้สมัคร ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ โดยกระทำได้สองวิธี ดังนี้
                       (๑) ยื่นใบสมัครโดยตรงที่กลุ่มกิจการคณะกรรมการสภาการศึกษา ชั้น ๓ อาคาร ๑ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐  ภายในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ ในเวลาราชการ
                       (๒) ส่งทางไปรษณีย์แบบด่วนพิเศษ (EMS) ไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เลขที่ ๙๙/๒๐ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐  และถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราไม่เกินวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ ในเวลาราชการ หากเกินกำหนด ใบสมัครนั้นจะไม่ได้รับการพิจารณา
             ข้อ ๗ การสมัครผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ส่งใบสมัครพร้อมเอกสาร ดังนี้
                       (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้
                       (๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
        โดยเอกสาร (๑) และ (๒) ต้องให้ผู้สมัครเป็นผู้รับรองความถูกต้องของเอกสารทุกแผ่น  ทั้งนี้หากผู้สมัครท่านใดไม่ได้แสดงหลักฐานดังกล่าว ผู้สมัครผู้นั้นจะไม่ได้รับการประกาศชื่อว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน 
             ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามข้อ ๗  โดยให้ใช้แบบ สกศ. ๒ (สำหรับกรรมการสรรหา) ท้ายประกาศนี้ ไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ภายในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ ในเวลาราชการ
             ข้อ ๙ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะประกาศรายชื่อผู้สมัครเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในวันที่ ๑๒ มกราคม  ๒๕๖๑ ทางเว็บไซต์ www.onec.go.th และ www.moe.go.th
             ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ สรรหาผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการ  จำนวนสองคน จากผู้สมัครและหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๘  เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเลือกให้เหลือหนึ่งคน
             ข้อ ๑๑ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาตามข้อ ๑๐ ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ


ประกาศ ณ วันที่  ๒๗  ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๖๐



           ดาวน์โหลดเอกสาร
           ๑. ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา และการเลือกกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการ ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
           ๒. แบบ สกศ. ๑ (สำหรับผู้สมัคร) ใบสมัครเข้ารับการสรรหาและเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการในคณะกรรมการสภาการศึกษา
           ๓. แบบ สกศ. ๒ (สำหรับกรรมการสรรหา) ใบเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาและเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ธุรกิจ และการบริการในคณะกรรมการสภาการศึกษา

Back Page