สกศ. เวิร์กช็อปเข้ม ๖ คณะอนุ ฯ วาง Policy package ขับเคลื่อนพัฒนาปฐมวัยเป้าหมายเดียวกัน

image


     วันนี้ (๒๖ มีนาคม ๒๕๖๔) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ) ประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "แนวทางการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเพื่อรองรับการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย" โดยรองเลขาธิการสภาการศึกษา
(ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์) ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันระดมแนวคิดต่อยอดการขับเคลื่อนงาน ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพ ฯ

 

     ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ขับเคลื่อนงานเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ ภายใต้ความร่วมมือ ๔ หน่วยงานหลัก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่มี สกศ. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและมีผลความก้าวหน้าตามลำดับ ล่าสุดได้มีการยกร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๐ ที่ผ่านความเห็นชอบที่ประชุมสภาการศึกษา (กกส.) แล้วอยู่ระหว่างนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา

      ภายใต้ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ฯ ได้กําหนดให้ สกศ. เป็นหน่วยงานหลักที่ดําเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งในด้านการวิเคราะห์เพื่อกําหนดนโยบาย การวิเคราะห์แนวทางจัดสรรและหาทรัพยากร การเชื่อมต่อการดําเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานด้านปฐมวัย การศึกษาวิจัย รวมถึงการประเมินและติดตามผล ซึ่งจําเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้และกําลังคนสนับสนุนการดําเนินงานที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายและแผนการพัฒนาเด็กปฐมวัยลงสู่ปฏิบัติในทุกประเด็นที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ฯ

 

      ปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับก่อนหน้าที่จะมีการตรา พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ฯ ซึ่งมีคณะกรรมการ ฯ และอนุกรรมการ ฯ ที่อยู่ภายใต้กฎหมายและมีแนวทางส่งเสริมการพัฒนาในกลุ่มเด็กปฐมวัยด้วยเช่นกัน อาทิ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฯ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฯ ในการแปลงนโยบายจึงควรมีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อกําหนดแนวปฏิบัติร่วมกันที่ชัดเจน และให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความเป็นเอกภาพอย่างแท้จริง

 

 

    ทั้งนี้ กลไกขับเคลื่อนสำคัญคือคณะอนุกรรมการ ฯ ภายใต้ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ รวม ๖ คณะ ประกอบด้วย ๑) คณะอนุ ฯ บูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ประธานอนุ ฯ) ๒) คณะอนุ ฯ พัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย (รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ประธานอนุ ฯ) ๓) คณะอนุ ฯ วิจัย พัฒนา และจัดการองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย (รองศาสตราจารย์ดร.จิณณวัตร ปะโคทัง ประธานอนุ ฯ) ๔) คณะอนุ ฯ กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิ (รองศาสตราจารย์ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุ ฯ) ๕) คณะอนุ ฯ ด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย (นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานอนุ ฯ) และ ๖) คณะอนุ ฯ พัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษและด้อยโอกาส (รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ ประธานอนุ ฯ) ที่มีเป้าหมายร่วมกันปฏิรูปการศึกษา เด็กเล็กต้องได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัยจึงต้องสร้างกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

      ประธานอนุ ฯ ทั้ง ๖ คณะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงานในหลายด้านเพื่อบูรณาการสร้างความสอดคล้องเชื่อมโยงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการดูแลหญิงตั้งครรภ์และการเข้าถึงการศึกษาในระดับปฐมวัย อย่างไรก็ดี การพัฒนาในหลายมิติต่าง ๆ ยังไม่บรรลุเป้าหมายทั้งในเรื่องน้ำหนักเด็กแรกเกิด ภาวะทุพโภชนาการ คุณภาพของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจําเป็นต้องมีการพัฒนาการดําเนินงานทั้งในระดับการกําหนดและการแปลงนโยบาย การนํานโยบายลงสู่การปฏิบัติ และพัฒนาระบบสนับสนุนอื่น ๆ ขณะเดียวกันต้องคํานึงถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งในเรื่องการเกิดที่ลดลงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดงานของผู้หญิง และความรู้ความเข้าใจ/ทัศนคติการเลี้ยงดูของครอบครัวไทย

     ภาพรวมสาระสำคัญการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ครั้งนี้ มุ่งเน้นการกำหนดและการแปลงนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยสู่การปฏิบัติทีาต้องการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อ การจัดทําแนวทางการพัฒนาในรูปแบบบูรณาการและการหนุนเสริมศักยภาพของหน่วยงานที่ทําหน้าที่ฝ่ายเลขานุการในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่ต้องบูรณาการทั้งด้านบริการ
สาธารณสุข การจัดการศึกษา การจัดสวัสดิการ และด้านการคุ้มครองสิทธิแก่เด็กปฐมวัย รวมถึงควรมี
การกําหนดมาตรการเฉพาะสําหรับกลุ่มเปราะบาง/ยากจน และมาตรการที่เหมาะสมตามบริบทในเชิงพื้นที่ซึ่งมีความรุนแรงของปัญหาในแต่ละองค์ประกอบการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่แตกต่างกัน

 

 

     ทั้งนี้ การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เกิดประสิทธิผล ต้องพัฒนาความเข้มแข็งในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างครอบครัวคุณภาพ โดยสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาครอบครัว ให้ครอบครัวมีความเข้าใจและให้เวลากับการดูแลบุตร การยกระดับโรงเรียนพ่อแม่ และการกําหนดนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัวในสถานประกอบการ 


     เร่งส่งเสริมสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ โดยมีระบบฝึกอบรมและระบบให้คําแนะนํา/ระบบพี่เลี้ยงที่มีคุณภาพให้ครูและผู้ดูแลเด็กอย่างต่อเนื่อง ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ พัฒนากลไกการตรวจสอบที่มีคุณภาพ และพิจารณานําเครื่องมือดําเนินงานใหม่ ๆ มาปรับใช้ และ
ผลักดันให้เกิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนที่มีคุณภาพ 

     ขณะที่ชุมชน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีองค์ความรู้โดยพัฒนาระบบฝึกอบรมและแนะแนวเพื่อยกระดับศักยภาพเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น สร้างระบบจูงใจให้ท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 
และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัย 

     นอกจากนี้ ในส่วนระบบสนับสนุนอื่น ๆ ควรพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลเด็กรายบุคคลพัฒนาการศึกษาวิจัยและการสร้างมาตรการที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย พัฒนาระบบส่งต่อเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางบูรณาการร่วมมือกับกลไกในพื้นที่ และยกระดับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นแผนบูรณาการ

   ทั้งนี้ สกศ. จะได้สรุปสาระที่เป็นประโยชน์และจุดร่วมในการขับเคลื่อนพัฒนาเด็กปฐมวัยเสนอสู่ที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยพิจารณาต่อไป

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด