สกศ. ถกแผนการศึกษาชาติฉบับปรับปรุง หวังให้เกิดคานงัดด้านการศึกษา



วันนี้ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓) สำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมคณะทำงานปรับปรุงแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (คณะทำงานชุดที่ ๒) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น และ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต ชั้น ๒ อาคาร ๒ สกศ.








ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา (ร่าง) เนื้อหาส่วนที่ ๑ และ ๒ ที่คณะทำงานติดตามและประเมินสภาวการณ์ทางการศึกษา (คณะทำงานชุดที่ ๑) ซึ่งมี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธานคณะทำงาน ได้มีการประชุมหารือเพื่อพิจารณา (ร่าง) เนื้อหา เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ มีข้อสรุปนำเสนอต่อที่ประชุม ดังนี้







บทที่ ๑ สภาวการณ์และบริบทแวดล้อมที่มีผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ประกอบด้วย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี digital disruption ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด จำนวนประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำแนกตามกลุ่มอายุ ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ๓Rs ๘Cs จะขยายความรายละเอียดของ ๓R และ ๘C ให้ชัดเจนขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบสาธารณสุข นโยบายในระดับสากล (SDG) และการเป็นประชาคมอาเซียน เนื้อหาส่วนที่ ๒ สภาวการณ์และบริบทแวดล้อมในระดับสากล ประกอบด้วย นโยบายระดับชาติ อาทิ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ส่วนที่เพิ่มเติม คือ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา





บทที่ ๒ เป็นสภาวการณ์และผลการพัฒนาการศึกษาไทย ได้แก่ ส่วนที่ ๑ สภาวการณ์ของการศึกษาไทย นโยบายการศึกษาซึ่งมี พ.ร.บ.ที่เกิดขึ้นในระยะเวลา ๒ ปี ได้แก่ การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรม พ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัย และพ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ส่วนที่ ๒ โอกาสทางการศึกษา อัตราการเข้าเรียนของประชากรอายุ ๓ – ๒๑ ปี กลุ่มเด็กด้อยโอกาสและผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ปัญหาเด็กออกกลางคัน ส่วนที่ ๓ การบริหารจัดการศึกษา งบประมาณและการลงทุนด้านการศึกษา ทุกระบบการศึกษา ทั้งรัฐและภาคประชาชน จำนวนครูและอาจารย์ที่สอนตรงตามวุฒิในสถานศึกษา จำนวนสถานศึกษานานาชาติ ส่วนที่ ๔ คุณภาพการศึกษา จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (NT, O-net, N-net, PISA) และผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย (QS, Times) ส่วนที่ ๕ ความท้าทายของระบบการศึกษา ซึ่งจะเป็นคานงัดที่สำคัญ เกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาและการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ เช่น มาตรฐานคุณวุฒิและมาตรฐานวิชาชีพครูและทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ มาตรฐานการศึกษา ความสามารถในการแข่งขัน RE-skill, UP-skill และ CWIE (Cooperative Work Integrated Education) การลดความเหลื่อล้ำทางการศึกษา งบประมาณด้านการศึกษา ความเป็นอิสระของสถานศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น ธนาคารสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) การเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการสร้างคนไทยให้เป็นประชาคมโลก และส่วนที่ ๖ เป็นบทสรุป










นอกจากนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันถกประเด็นสำคัญ คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งเป็นแผนฉบับแรกที่เป็นพระบรมราชโองการ เป็นกฎหมายที่ส่วนราชการต้องถือปฏิบัติ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาการศึกษา การกำหนดระบบการศึกษาของประเทศไทย และแนวทางการจัดการศึกษา เพื่อให้เห็นปรัชญาของการจัดการศึกษาที่เป็นกรอบใหญ่ๆ ซึ่งจะแตกต่างจากแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ฉบับปัจจุบันที่เป็นแผนระดับ ๓ ที่ประชุมจึงขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ไปวิเคราะห์รูปแบบ องค์ประกอบของแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปรับปรุง เมื่อเปรียบเทียบกับแบบที่ปรับเป็นองค์ประกอบย่อยๆ ตามปัจจุบัน หรือจะปรับแผนตามแนวพระบรมราชโองการฉบับแรกๆ และให้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ด้านการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) ในวันจันทร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ให้ความเห็นต่อไป

