เผยงานวิจัย สกศ. ชี้ ๕ ปัจจัยปลดล็อกงานประกันคุณภาพในโรงเรียน ย้ำหลักคิด ผอ.-ครู ต้องก้าวข้ามภาระเพิ่มและมุ่งพัฒนาถึงตัวเด็กโดยตรง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() |
วันนี้ (๒๕ กันยายน ๒๕๖๒) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมพิจารณา (ร่าง) รายงานข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดย นายกวิน เสือสกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. เรียนเชิญผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา จำนวนกว่า ๑๐๐ คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องกษัตริย์ศึก ๑ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
นายกวิน เสือสกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. กล่าวว่า (ร่าง) รายงานข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถาน เกิดขึ้นภายหลังจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ และประกาศใช้กระทรวง ศธ. การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ซึ่งทั้งกฎกระทรวงฉบับเก่าและฉบับใหม่ต่างมีจุดเด่นและจุดต่างที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะนี้ระยะเวลาผ่านมาเกือบ ๒ ปี และมีผลการดำเนินงานแล้วในสถานศึกษา โดยคณะนักวิชาการ สกศ. ลงพื้นที่จำนวน ๕ ครั้งใน ๔ ภูมิภาคที่จังหวัดกรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ สงขลา ชลบุรี และอุดรธานี เก็บข้อมูลวิจัยตลอดปี ๒๕๖๒ พบประเด็นน่าสนใจหลายเรื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการประกันคุณภาพ ฯ เช่น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๑) ผู้บริหารและการบริหารสถานศึกษา ต้องตระหนักและให้ความสำคัญในการสนับสนุนและกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพที่ชัดเจน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
๒) นโยบายจากส่วนกลาง ต้องมีนโยบายชัดเจนการขับเคลื่อนกฎกระทรวง ศธ. การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ เช่น การจัดทำคู่มือ หรือแบบฟอร์มที่เป็นแนวทางดำเนินงานของสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าเป้าหมาย การกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน การจัดทำรายงานการประเมินตนเอง เป็นต้น นอกจากนั้น ยังควรมีการนำเสนอตัวอย่างหรือแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ ฯ เช่น การกำหนดจุดเน้นที่แตกต่างกันตามอัตลักษณ์ของแต่ละสถานศึกษา การตั้งค่าเป้าหมายที่ดี
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
๓) ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา ตระหนักว่างานประกันคุณภาพ ฯ ไม่ใช่ภาระเพิ่ม รวมทั้งต้องสร้างความต่อเนื่องการดำเนินงาน
![]() |
![]() |
![]() |
๔) การสื่อสารและสร้างความรู้ความเข้าใจ เป็นสร้างความรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา รวมทั้งมีการนิเทศติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และควรเพิ่มช่องทางการสื่อสารและให้ความรู้เกี่ยวกับงานประกันคุณภาพ ฯ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก เช่น สื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ ไลน์กลุ่ม เฟซบุ๊ค ฯลฯ
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
๕) มาตรฐานและคุณภาพของการประเมินผล หน่วยงานที่รับผิดชอบงานประเมินคุณภาพ ฯ ควรมีการชี้แจงทำความเข้าใจเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน และผู้ประเมินควรมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ไม่ประเมินโดยใช้ความรู้สึก และสามารถให้คำแนะนำที่ช่วยสถานศึกษาสามารถปรับปรุง แก้ไขปัญหา หรือพัฒนาการดำเนินงานได้
![]() |
![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() |
![]() |
ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. กล่าวด้วยว่า ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากการหารือครั้งนี้ สกศ. จะได้สรุปแนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่มีความสมบูรณ์ และได้รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและมีความหลากหลาย เพื่อพัฒนานโยบายขับเคลื่อนการศึกษาชาติที่มีคุณภาพต่อไป
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
ในการอภิปรายโดยผู้ทรงคุณวุฒินั้น ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศธ. ได้ตรากฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมุ่งหวังว่ากฎกระทรวงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาทุกแห่งในการจัดทำการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และลดภาระของสถานศึกษาในการเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก อันนำมาสู่คุณภาพที่สูงขึ้นของสถานศึกษาและผู้เรียนในท้ายที่สุด โดยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพ ฯ เป็นการสร้างระบบความเชื่อมโยง ๓ องค์ปรกอบหลัก โดยมี ๑) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ในฐานะผู้ควบคุมกับกำกับดูแลคุณภาการศึกษา ๒) หน่วยสร้างมาตรฐานของสถานศึกษาที่มีคุณภาพคือต้นสังกัดของสถานศึกษานั้นเอง ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ ๓) ตัวสถานศึกษาเอง จะทำให้เกิดสถานศึกษาที่มีมาตรฐานและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองเพื่อพัฒนาต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ กล่าวต่อว่า การประเมิน ฯ รอบ ๔ ตามกระทรวงการประกันคุณภาพ ฯ นี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๑) สถานศึกษาไม่ต้องส่งตัวชี้วัดอีกต่อไป ๒) สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องสร้างมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของตนเอง และ ๓) สถานศึกษาสามารถพัฒนาและยกระดับการพัฒนาด้วยอัตลักษณ์ของตนเอง ดังนั้น จุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้นำไปสู่ก้าวใหม่ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อนสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ขณะที่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก กรรมการพัฒนาระบบประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกร สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.มธุรส ประภาจันทร์. ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบการประกันคุณภาพสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ร่วมอภิปรายถึงแนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เร่งสร้างความเข้มแข็งการประกันคุณภาพ ฯ และเร่งจัดทำข้อเสนอแนะให้แก่สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ๆ เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้เป็นไปตามเจตจำนงค์ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
![]() ![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() |
![]() |



















































































