เลขาธิการสภาการศึกษา สนองงานพระราชดำริโครงการ อพ.สธ. - สกศ. จัดการประชุมเสวนา การสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ศูนย์ต้นแบบไร่คุณมน
วันนี้ (๑๗ กันยายน ๒๕๖๒) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เดินทางมาป็นประธานการประชุมเสวนา "การสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น : ศูนย์ต้นแบบไร่คุณมน" โดยมีรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายครูภูมิปัญญาไทย สมาคมครูภูมิปัญญาไทย ผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกร ผู้นำชุมชน คณะนักเรียนในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน ๓๐๐ คน ณ ศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สมาคมครูภูมิปัญญาไทย และศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ร่วมมือกันขับเคลื่อนงานสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (อพ.สธ. - สกศ.) โดย สกศ. ลงพื้นที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เปิดมุมมองแนวคิดสร้างสรรค์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานศึกษา รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กับชุมชนในการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์พรรณพืชชุมชน เพื่อให้เด็กและเยาวชน เครือข่ายภูมิปัญญาไทยตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พันธุ์พืชที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
ดร.สุภัทร จำปาทอง กล่าวด้วยว่ากิจกรรมขับเคลื่อนที่สำคัญครั้งนี้คือ การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเชิงอนุรักษ์ ผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การผลิตน้ำส้มควันไม้และเตาเผาถ่านอิวาเตะ การสกัดน้ำมันงา การห่อลูกประคบสมุนไพร การปั่นไอศกรีมน้ำนมข้าวโพด เป็นต้น สร้างแรงกระตุ้นชุมชนเกิดการเรียนรู้การสร้างอัตลักษณ์ให้ผลผลิตทางการเกษตรด้วยการนำมาเพิ่มมูลค่าโดยใช้ศาสตร์ของภูมิปัญญาไทยและร่วมสืบสานศาสตร์ภูมิปัญญาไทย รวมทั้งยังเป็นการสร้างและขยายเครือข่ายการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ซึ่งเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจและสนุกกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนนี้อย่างยิ่ง
"ภายใต้แนวคิด Play and Learn คือการเรียนรู้ผ่านการเล่นหรือกิจกรรมด้วยความสนุกสนาน สกศ. ส่งเสริมผู้เรียน เด็ก และเยาวชนท้องถิ่น ได้ซึมซับองค์ความรู้รากเหง้าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่เป็นภูมิปัญญาไทย เรียนรู้สิ่งที่มีประโยชน์นำไปปรับใช้ทั้งการเรียนรู้และชีวิตประจำวัน อีกทั้งครูผู้สอนยังได้เพิ่มพูนองค์ความรู้หรือแนวคิดใหม่ใช้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งจะได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาชาติสู่การปฏิบัติต่อไป" ดร.สุภัทร กล่าว
ในการเสวนา "โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) กับการสร้างเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นตามแนวทางศาสตร์พระราชา นายตรีวิทย์ วินิจสำเภาทิพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ ๔๑ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กล่าวว่า โครงการ อพ.สธ. มุ่งเน้นส่งเสริมการเผยแพร่ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับทางด้านพันธุ์พืชพฤกษศาสตร์ในสถานศึกษา เริ่มต้นที่โรงเรียนโดยเด็กต่อยอดไปจนถึงผู้ปกครองและชุมชน ดำเนินการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดอนุรักษพันธุ์พืช ๓ ประการ ๑) ปกป้อง ๒) รักษา และ ๓) ใช้ประโยชน์
นายกมล เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ ทะเล และชายฝั่ง ในคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า ป่าไม้ในไทยลดลงเหลือประมาณร้อยละ ๓๗ จากเดิมที่เป็นป่าดงดิบแต่ปัจจุบันถูกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ดังนั้น จึงเสนอแนวคิด ๑ โรงเรียน ๑ ป่าชุมชน ที่อยู่ข้างเคียงชุมชน ควรปลูกฝังแนวคิดให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองคนในชุมชนตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องมีป่าไม้เคียงข้างชุมชน
วิธีการสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มปริมาณป่าไม้ของประเทศคือ การปลูกไม้มีค่า เพื่อสร้างแรงจูงใจเพิ่มปริมาณการปลูกมากขึ้น เช่นไม้สัก ไม้เต็ง ไม้ประดู่ ไม้ยางนา ไม้พะยูง ไม้ไม้มะค่าโมง ที่มีมูลค่าสูงและเป็นไม้หายาก ไม้พะยูงซื้อขายกันราคา ๑,๕๐๐ บาทต่อกิโลกรัม
ขณะที่ต้นไม้พื้นเมืองจังหวัดกาญจนบุรีคือ ไม้ชิงชัน ที่มีคุณภาพดีกว่า แข็งกว่า เนื้อไม้สวยกว่าไม้พะยูง จึงมีราคาสูงกว่า มีอนาคตที่ดีด้านราคา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นคือการดูแลและเพิ่มปริมาณป่าไม้ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังควรเปลี่ยนแนวทางวิธีคิดใหม่ โดยการปลูกต้นไม้ที่มีค่าของจังหวัดกาญจนบุรีคือ ไม้ชิงชัน ปลูกไว้เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและใช้งานในอนาคต
ขณะที่ นายกฤษณ์ ฤทธิ์เดชา นายกสมาคมครูภูมิปัญญาไทย และครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๓ ด้านศิลปกรรม สกศ. กล่าวว่า ต้นไม้มีประโยชน์ทุกส่วนของลำต้นกิ่งก้านใบสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ทุกวันนี้ต้นไม้บางประเภทหมดไปแล้วจากประเทศไทย เช่น ต้นหวาย ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านราคาจากเดิมท่อนละ ๑๐๐ บาท ปัจจุบันราคาสูงขึ้นถึง ๓๐๐ บาท จากประสบการณ์ของตนเองเคยปลูกไม้ยางนา ระยะเวลา ๑๕ ปี พบข้อดีกว่าการปลูกต้นมะพร้าวหรือต้นตาลซึ่งมักจะถูกฟ้าผ่า
แนวทางในการอนุรักษ์ป่าไม้ ๕ ต้น นอกเหนือจากอนุรักษ์ ๑) ต้นไม้แล้วยังต้องรักษา ๒) ต้นน้ำ มีความสะอาด ต้องมี ๓) ต้นคิด คิดดีพูดดีทำดีโดยเฉพาะครูผู้สอนต้องสร้าง ๔) ต้นแบบให้กับเด็กหรือผู้เรียน พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก ผู้ปกครองต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับประชาชน นอกจากนี้ต้องมี ๕) ต้นทุน คือครูอาจารย์ต้องรู้จักสั่งสมความดียึดผลประโยชน์ของเด็กเป็นที่ตั้ง เมื่อปลาสมบูรณ์ น้ำสมบูรณ์ จะนำมาซึ่งความสมบูรณ์ทั้งป่าและชีวิตคน

