สกศ. เดินหน้าประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่าย ข้อมูลการศึกษาเฉพาะทางวันที่ ๒ และ ๓

image

 

 เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) บรรยายเรื่อง “การเทียบเคียงคุณวุฒิกับการศึกษาเฉพาะทางตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทาง” ในวันที่ ๒ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเฉพาะทางเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมแซนดาเลย์ รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี 

 

 

         นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ในอนาคตสมรรถนะของคนเป็นเรื่องสำคัญ  การรับบุคคลเข้าทำงานจะพิจารณาจากความสามารถ สมรรถนะที่ทำได้มากกว่าการพิจารณาจากวุฒิการศึกษาเช่นในปัจจุบัน การศึกษาเฉพาะจะทำให้ผู้จบการศึกษามีโอกาสในการทำงาน เพราะเป็นการศึกษาที่ทำให้คนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง   สำหรับในเรื่อง “กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ” นั้น เป็นกรอบแนวทางการเชื่อมโยงระบบคุณวุฒิของประเทศทุกระดับและประเภทให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกการปฏิรูปการศึกษา  ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเห็นโอกาสการศึกษา สร้างความเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิต่างประเทศในการเคลื่อนย้ายกำลังคนและนักเรียนนักศึกษาในภูมิภาค และเพื่อยกระดับคุณค่าของผู้มีความสามารถหรือสมรรถนะในการปฏิบัติงานที่ต้องการเพิ่มพูนคุณวุฒิการศึกษาด้านระบบการเทียบโอนประสบการณ์และความรู้ที่มีอยู่ก่อน รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้และความก้าวหน้าในอาชีพที่หลากหลายของบุคคล  กรอบคุณวุฒิแห่งชาติมีทั้งสิ้น ๘ ระดับ ใช้เทียบเคียงความรู้และทักษะกับการทำงาน 

 

 

          ดร.ประวีณา อัสโย ผู้อำนวยการกลุ่ม สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรีนยรู้ บรรยาย เรื่อง “มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติกับการศึกษาเฉพาะทาง” กล่าวว่า “มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ มาตรฐานการศึกษาของชาติ” หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ของคนไทย เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นกรอบสำหรับสร้างคนไทย ๔.๐ ที่แม้แตกต่างตามบริบทของท้องถิ่นและของสถานศึกษา แต่มีจุดหมายร่วมคือ "ธำรงความเป็นไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก" สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติการเมือง  มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา คือ ต้องการให้คนไทยมีคุณลักษณะของคนไทย ๔.๐ ที่ตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มังคั่ง ยั่งยืน โดยคนไทย๔.๐ จะต้อง ธำรงความป็นไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก เป็นคนดีมีคุณรรมยึดค่นิยมร่วมของสังคมเป็นฐานในการพัฒนาตนให้เป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะ ๓ ด้าน คือ ๑. ผู้เรียนรู้ ๒. ผู้ร่วมสร้างสรรค์ และ ๓. พลเมืองที่เข้มแข็ง

 

 

         นางเกศธิดา  เขียวสอาด  ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บรรยายเรื่อง “ความจำเป็นของใบประกอบวิชาชีพครูกับการศึกษาเฉพาะทาง” กล่าวโดยสรุปว่า "ใบอนุญาต" หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ออกให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามพระราชบัญญัตินี้   สำหรับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการประกอบวิชาชีพ "ครู" ตาม ม. ๔๔  ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ๑. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20ปี บริบูรณ์ ๒. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่าหรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  ๓. ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด  ลักษณะต้องห้าม มีดังนี้ ๑. เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี 2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ๓. เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ  

 

 

           สำหรับการประกอบวิชาชีพ "ครู"กับ "การศึกษาเฉพาะทาง" กรณีมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยก่อนดำเนินการก่อนเป็นครู ต้องศึกษาเพิ่มเติม (ปริญญาตรี /ประกาศนียบัตรบัณฑิต / ปริญญาโททางการศึกษา) และมาสอบรับใบอนุญาต หรือศึกษาเพิ่มเติม (อบรมตามหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง) หรือเปิดโอกาสให้มาสอบโดยไม่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ส่วนการดำเนินการก่อนเมื่อเป็นครูแล้ว คือ ต้องเป็นครูโดยได้รับการยกเว้น หรือมีความจำเป็น

 

 

            หลังจากนั้นมีการการอภิปราย เรื่อง “การพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทางกับทิศทางการจัดการศึกษาตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี” โดยนายฐิติวัฒน์ บุญญฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการกองวิชาการบริหารการบิน สถาบันการบินพลเรือน  นางสาวยุวัน กมลเวชช อดีตผู้อานวยการศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี  นายศิริ รังสิยางกูล นักบริหารทั่วไป ระดับ 11 สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินรายการโดย นายภาณุพงศ์  พนมวัน สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สกศ. หลังจากนั้นที่ประชุมร่วมอภิปรายเรื่อง “คุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาเฉพาะทาง”  โดยสรุปได้ ดังต่อไปนี้ การศึกษาเฉพาะทางเน้นการเรียนการสอนให้ปฏิบัติได้จริง จึงตอบโจทย์การทำงานและอนาคต แต่ปัจจุบันเด็กลดลง การเรียนในอนาคตอาจใช้การเรียนทางไกล แต่ต้องมีช่วงเวลาให้มาฝึกปฏิบัติด้วย และต้องคำนึงว่าอนาคต บางอาชีพอาจหายไป เช่น จะมีเครื่องบินที่ไร้คนขับ นักบินอาจไม่จำเป็น  หุ่นยนต์จะทำหน้าที่แทนคน ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงควรจะมีสาขาซ่อมหุ่นยนต์ นอกจากนี้ควรมี big Data เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูล  และสิ่งที่การศึกษาเฉพาะทางต้องการ คือ ควรมีกระบวนการในการสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอเช่น ให้ภาคเอกชนสามารถมาช่วยเหลือการศึกษา สนับสนุนเทคโนโลยี โดยภาคเอกชนสามารถลดหย่อนทางภาษีได้ ควรมีระบบสนับสนุนทางวิชาการและสื่อกับครู ควรมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ดูแลเรื่องการศึกษาเฉพาะทาง  รัฐบาลต้องมีงบประมาณสำหรับเทคโนโลยีนวัตกรรม รวมถึงต้องเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงความรู้  ที่สำคัญการศึกษาเฉพาะทางต้องรักษาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไว้ อย่าปรับหลักสูตรจนความเชี่ยวชาญจางหายไป เป็นต้น 

 

 

            สำหรับวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ มีการบรรยายเรื่อง “หลักสูตรและการจัดทำข้อมูลการศึกษาเฉพาะทาง ปี ๒๕๖๑” โดย นายภาณุพงศ์ พนมวัน สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สกศ. และอภิปรายเรื่อง “แนวทางการจัดเก็บข้อมูลสถิติการศึกษาเฉพาะทางปี ๒๕๖๒” 

 

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด